ประสบการณ์ในGTK

 

    ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ GTK มาตลอด เนื่องจากเหตุผลหลัก คือ ไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเขียนบันทึก เพราะการเขียนบันทึกในแต่ละครั้งของผู้เขียน ผู้เขียนชอบใช้หลักวิชาการ โดยศึกษาจากเอกสาร ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และกลั่นกรองประสบการณ์ที่พิจารณาแล้วว่ามีประโยชน์และถูกต้อง จึงทำให้กว่าจะเขียนในแต่ละบันทึกต้องใช้เวลานาน และไม่นิยม copy งานคนอื่นมาวาง และเหตุผลรอง คือ รู้สึกเวทนา และไม่อยากต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกอวิชชา แล้วชอบแสดงความคิดเห็นประดุจตนเป็นผู้มีวิชา เปรียบดังปราชญ์ผู้ทรงศีล เพราะชอบแสดงความคิดเห็นในทางลบ ไม่สร้างสรรค์ โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่จะแสดงการเขียน แบบแนวธรรมมะ ซึ่งก้ไม่ได้ศึกษาธรรมะอย่างแท้จริง ตามที่เขียนอ้าง คนจำพวกนี้ กลัวแม้กระทั่งจะเปิดเผยตนเอง เพราะไม่กล้าแม้แต่จะใช้ชื่อจริง...ถ้าึศึกษาตามหลักวิชาการแล้วจะเห็นว่าเป็นพวก Negative Thinking และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบแนวใหม่ คือ Appreciate inquiry คือ การพูดคุยแบบสุนทรียสาธก ซึ่งเทคนิคนี้จะใช้การเปิดใจกว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และจะแสดงออกทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเหตุผล หลักวิชาการที่น่าเชื่อถือ หรือความถูกต้อง

  ท้ายที่สุดนี้ผู้เขียนขอเก็บประสบการณ์ดีดี ของนักเขียนบันทึกหลายคนใน GTK ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ และความเป็นกัลยาณมิตร แต่ก็รู้สึกหมดกำลังใจกับพวกไร้ซึ่งความรู้ และความเป็นกัลยาณมิตร ที่ชอบแอบแฝงมาแสดงความคิดเห็น โดยไม่กล้าแม้แต่จาเผยชื่อและโฉมหน้าที่แท้จริง และแต่ละครั้งที่แสดงความคิดเห็นก็ได้รับรู้ถึงระดับวามรู้ความสามารถของคนเหล่านั้น ซึ่งก็ไม่ยอมรับตนเอง เพราะในทางจิตวิทยา หรือทางพฤติกรรมศาสตร์ ได้อธิบายไว้ว่า การคิด การพูด และการแสดงออกสามารถบ่งบอกระดับสติปัญญา ความรู้และความสามารถของบุคคลได้ ตลอดจนบอกถึงสภาพจิตใจที่ปกติ หรือผิดปกติได้...ดังนั้นผู้เขียนจึงตัดสินใจว่า ควรจะกลับไปเผยแพร่ความรู้ เพื่อเป็นวิทยาทาน ในการตีิพิมพ์ลงวารสาร หรือในแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่ผู้เขียนได้กระทำเสมอ เพราะไม่อยากต้องมารู้สึกรู้สาอะไร กับกลุ่มคนที่ไม่พึงประสงค์ดังที่กล่าวมา

 

ด้วยรักและความจริงใจ

อาจารย์ดร.ปัญญฎา ประดิษฐบาทุกา