ระหว่างนั่งฟังท่านอ.สมเกียรติ อ่อนวิมล ได้พูดจุดประกายพลังชีวิตของมวลมหาประชาชนได้ยอดเยี่ยมมากครับ

ทำให้ดร.ป๊อปคิดทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิชา Neuro-Linguistic Programming (NLP) ประสมประสานกับวิชาชีพกิจกรรมบำบัดจึงได้เกร็ดความรู้ในการฟื้นพลังชีวิตจาก "ภาวะเครียดขณะเกิดภัยทางการเมือง หรือ Political Stress Syndrome (PSS) - ศึกษาข้อมูลจากหาหมอ.com" ซึ่งกัลยาณมิตรทุกท่านสามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันจาก "โรคเครียดฉับพลัน หรือ Acute Stress Disorder (ASD)"โรคเครียดหลังภัยทางการเมือง หรือ Post Traumatic Stress Disorder (PTSD) - ศึกษา PTSD จากภัยธรรมชาติของ HISO และข้อมูลการวินิจฉัย PTSD จาก DSM-V" ได้ดังนี้ 

1. ทบทวนความคิดแบบตั้งใจ (Intention) ในทุกๆเช้าหลังตื่นนอนว่า "วันนี้เราคิดจะทำอะไรให้สำเร็จด้วยตัวเรา" เช่น วันนี้จะตั้งใจทานอาหารที่มีผักเยอะกว่าเนื้อในมื้อเช้า กลางวัน และเย็น, วันนี้จะตั้งใจฟังและคิดก่อนพูดในที่ทำงาน, วันนี้จะตั้งใจมีสมาธิในการเรียนรู้และคิดบวกในที่ทำงาน เป็นต้น จากนั้นทุกๆก่อนนอนให้ทบทวนว่า "วันนี้สิ่งที่ตั้งใจไว้ประสบผลสำเร็จเท่าไร ให้คะแนนตัวเองจาก 0 (ไม่สำเร็จเลย) ถึง 10 (สำเร็จอย่างยิ่ง) ถ้ามีความสำเร็จได้ตั้งแต่ 7 ขึ้นไปก็แสดงว่า "มีความตั้งใจดีมาก"

2. ทบทวนความจำ (Memory) ในทุกๆวันระหว่างพักจากการทำงาน ลองนั่งคิดและเขียนหรือพูดกับตัวเองเพื่อระลึกความจำว่า เมื่อเช้าเราทำอะไรบ้าง กินข้าวกับอะไร จ่ายเงินกับอะไรบ้าง เดินไปที่ไหนบ้าง พบใครบ้าง และมีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เรารู้สึกดี ถ้าจดจำรายละเอียดย้อนหลังได้ทั้ง 1 วันแสดงว่า "มีความจำที่ดีมาก"

3. ทบทวนความกลัว (Fear) ในทุกๆวันอาิทิตย์ก่อนเริ่มงานหรือเรียนในวันจันทร์ ลองอยู่กับตัวเองซัก 15 นาที เพื่อนั่ง ยืน หรือเดิน ทำสมาธิแบบลืมตาหรือหลับตาก็ได้ในที่ๆสงบและผ่อนคลาย แล้วตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า ในการเริ่มวันจันทร์ของการทำงานหรือการเรียน ตนเองรู้สึกกลัวอะไรบ้าง (กลัวการเข้ากลุ่มกับผู้คน กลัวนอนไม่เพียงพอ กลัวจัดการเวลาไม่ได้ กลัวทำงานไม่เสร็จ กลัวไม่มีคนชอบ/รัก ฯลฯ) แล้วลองจินตนาการหรือมโนภาพว่า ตนเองได้จัดการกับความกลัวนั้นได้สำเร็จอย่างไร ถ้าคิดการจัดการความกลัวนั้นได้เป็นรูปธรรมแสดงว่า "มีความพร้อมต่อการแก้ไขปัญหาดีมาก"

4. ทบทวนความตื่นตัวและอารมณ์ (Arousal & Emotional Control) ในทุกๆวันพุธ ลองสังเกตตนเองว่า มีความตื่นตัวเหมาะสมหรือไม่ตั้งแต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์จนถึงวันพุธ ได้แก่ มีความพร้อมในการทำงานหรือการเรียนอย่างกระตื้อรือล้น มีการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง มีความสุขและคิดบวกในการทำงานที่ยากและท้าทาย มีความหงุดหงิดและตำหนิคิดร้ายกับผู้อื่นแต่ก็ควบคุมได้อยู่ มีอารมณ์โกรธบ่อยครั้งแต่ยังควบคุมได้อยู่ มีสมาธิและคิดสร้างสรรค์สิ่งดีมีประโยชน์ให้กับตนเองและผู้อื่น หรือไม่ หากไม่เหมาะสมนัก ก็ลองฝึกปรับเปลี่ยนตนเองแล้วทบทวนใหม่ในวันพฤหัสจนถึงพุธของสัปดาห์ต่อไป ถ้ามีความตื่นตัวที่เหมาะสมและควบคุมอารมณ์ได้แสดงว่า "มีความยืดหยุ่นทางการรู้ คิด และปัญญาดีมาก" 

5. ทบทวนความเป็นอยู่ดี (Well-Being) ในทุกๆวัน ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับที่เพียงพอ การออกกำลังกายที่พอเหมาะ การสื่อสารภาษากายและภาษาพูดที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น และการค้นหาเทคนิคประจำตัวในการจัดการเวลา พลังงาน (ความล้า) อารมณ์ (เครียด) และอื่นๆ ให้ตนเองมีความผ่อนคลายและมีความสุข (ดูตัวอย่างการจัดการความล้า และตัวอย่างการจัดการความสุข) ถ้ามีการปฏิบัติตนที่ทำให้เกิดความเป็นอยู่ดีแสดงว่า "มีสุขภาวะในการจัดการตนเองดีมาก" 

6. ทบทวนความดีงาม (Goodness) ในทุกๆวัน ด้วยการเห็น การฟัง และการคิด กับข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลภัยทางการเมือง ข้อมูลการใช้ชีวิต ฯลฯ ด้วยการใช้วิจารณญาณ (รับรู้ข้อมูลโดยให้เหตุผลอย่างใคร่ครวญและไตร่ตรอง) และพิจารณาว่า "เราจะนำข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์อย่างไรด้วยคุณธรรมและจริยธรรม - ศึกษาความหมายคำที่ใกล้เคียงกัน เช่น ศีลธรรม ธรรมาภิบาล ฯลฯ โดยเฉพาะการยกระดับจิตใจของตัวเองให้เป็นคนที่พร้อมด้วยความดีงาม (คิดดี ทำดี พูดดี และเป็นพลเมืองดีของสังคม) ถ้ามีการปฏิบัติตนที่ทำให้เกิดความดีงามแสดงว่า "มีจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ที่ดีมาก"

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม (ภาษาอังกฤษ) จากเวปไซด์มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ที่แยกรายละเอียดของการดูแลเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และบุคลากรทางสุขภาพจิตได้น่าสนใจ และจากสมาคมนักกิจกรรมบำบัดอเมริกา ที่ทำข้อมูลได้ชัดเจนและอ่านได้ง่าย