วันก่อนไปดูหนังที่อยากดูมากคือเรื่อง The Legend of Hercules..ซึ่งเป็นหนังอิงตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณ ว่าด้วยเรื่องราวของเฮอร์คิวลิส มนุษย์ครึ่งเทพ ลูกของเทพเจ้ากับมนุษย์ที่เกิดมามีภาระกิจที่จะกำจัดทรราชย์ และรักษาความยุติธรรมให้กับโลก ในเรื่องเฮอร์คิวลิสต้องผ่านอุปสรรคนานับประการ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนครึ่งเทพ มีอำนาจมากกว่ามนุษย์ ..
แล้วเฮอร์คิวลิสก็มีความรัก รักเจ้าหญิงที่พี่ชายผู้โหดเหี้ยมรักเช่นกัน ที่สุดด้วยเล่ห์เหลี่ยมของพี่ เฮอร์คิวลิสถูกส่งไปรบที่ชายแดน แต่ที่จริงถูกส่งไปตาย แต่ไม่ตายถูกจับไปเป็นทาส กลายเป็นนักสู่กลาดิเอเตอร์.. ที่ก็ต้องเจอกับคู่ต่อสู่โหดๆอีก กับโอกาสที่แทบจะไม่มีเหลือ แต่ที่เหลือในตัวเฮอร์คิวลิสกับทหารเอกที่เหลือรอดกันมาสองคนคือ "ความหวัง" ที่จะได้กลับบ้านไปเจอคนรัก.. ความหวังที่แม้เพียงน้อยนิด แต่ก็ทำให้ทั้งสองรักษาสติ และค่อยๆคิดวางแผนจนสามารถพาตัวเองจากอียิปต์กลับมาเป็นกลาดิเอเตอร์ในกรีกได้ และที่สุดก็สามารถจุดประกายการต่อต้าน และนำมาสู่การปฏิวัติ สามารถกำจัดกษัตริย์ทรราชย์ และได้กลับมาเจอกับคนรักในที่สุด...
หนังเรื่องนี้ใครอาจมองว่าเป็นหนังบู๊ล้างผลาญครับ แต่ในมุมมองของผมหนังเรื่องนี้คือหนังรักชัดๆ.. เมื่อมองลึกๆ สิ่งที่จุดประกายความสนใจของผมมากๆคือคำว่า "ความหวัง" นี่แหละครับ.. จะเห็นว่าความหวัง ทำให้เฮอร์คิวลิส สามารถอดทนกับความลำบากในช่วงวิกฤติได้ และทำให้สามารถคิดแผนการอันชาญฉลาดได้ แม้จะอยู่ในสภาพที่หดหู่ก็ตาม.. ความหวังในตัวเฮอร์คิวลิสโชติช่วงตั้งแต่ฉากแรกจนฉากสุดท้าย
ความหวังคืออะไรหรือครับ..ในแง่ของจิตวิทยาบวก (Positive Psychology) มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งชื่อ Character Strengths and Virtues ซึ่งเกิดจากการวิจัยค้นหาบุคลิกภาพที่เป็นพลังสร้างสรรค์ ของทุกสังคม ซึ่งอาจารย์เชลิกมันและปีเตอร์สัน สองปรมาจารย์แห่งศาสตร์จิตวิทยาบวก ทำวิจัยในประชาการจำนวนมาก จากหลากหลายวัฒนธรรมพอว่ามีบุคลิกภาพทรงพลัง อยู่ 24 แบบ หนึ่งในนั้นคือ "ความหวัง (Hope)” .. คนที่มีบุคลิกภาพนี้จะความโดดเด่นคือ "มีความสามารถที่จะ สร้างความคาดหวังในอนาคตที่ดีๆ และพยายามทำตามความหวังนั้นให้สำเร็จ รวมทั้งมีความเชื่อว่าสามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้..” เราจะเห็นคำว่า Hope ในตัวเฮอร์คิวลิสนั้นทรงพลังมากๆ ทรงพลังจนแปรเปลี่ยนเป็นปัญญา ความอดทน ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ความหวังนี้ทำให้เฮอร์คิวลิสค้นพบตัวตนอีกด้านนั่นคือพลังอำนาจเหนือมนุษย์ในฐานะที่เป็นลูกครึ่งเทพเจ้า.. จะว่าไปความหวังทำให้เฮอร์คิวลิสค้นพบตัวเอง ค้นพบความสามารถ ค้นพบโอกาส ค้นพบคนรัก และค้นพบความสำเร็จในที่สุด
เรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ และทำให้ผมนึกถึงชีวิตของตนเอง ผมค้นพบว่าจุดแข็งของผมอย่างหนึ่งที่มีมาทั้งชีวิตคือ "ความหวัง" ครับ ตั้งแต่เล็กผมกล้าที่จะทำอะไรที่ต่างกล้าคิดไกลคิดเกินกว่าที่สังคมรอบตัวจะคิด และกล้าทำด้วย และสามารถทำอะไรได้เกินตัวมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่กล้ามาสอบเข้าโรงเรียมเตรียมอุดม จนมาเรียนปริญญาเอกและทำวิจัยด้าน Appreciative Inquiry ทั้งๆที่ตอนนั้น คนรอบตัวไม่มีใครทำ แต่ด้วยเพราะมี "ความหวัง" นั่นเอง ทำให้ผมกล้าท้าทายตัวเองมาไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้ว และผมอยากขอบคุณตัวเองมากๆ ที่มีความหวังในชีวิต ชนิดไม่เคยเหือดแห้งไป
แต่ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ของผมที่ผมเห็นตั้งแต่เด็กจริงๆว่ามี "ความหวัง" ที่ทรงพลังมากๆ เพราะพ่อกับแม่บอกว่าจะส่งไปเรียนต่างประเทศ ตั้งแต่จำความได้ บ้านเราไม่เคยมีอย่างคนอื่น เราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น ขับแต่รถมือสอง แต่เราไม่สนใจ ขนาดพ่อผมไปคุยกับเพื่อน แบบคนอื่นต้องงงว่า โตมาจะส่งลูกไปเรียนวิศวะที่เยอรมัน..ไปโน่น.. เห็นชัดเลยว่าพ่อแม่ของผมมีความหวังที่ทรงพลังมาก คือหวัง วาดฝันและลงมือสร้างฝันด้วย ต้องเก็บเงิน ลงทุนระยะยาวจนในที่สุดสามารถมีทุนเพียงพอ ทำให้ผมสามารถไปเรียนต่อที่อเมริกาได้ ความหวังของท่านเปรียบได้ดั่งเฮอร์คิวลิส ทำให้ผมเติบโตมาอย่างมีความหวัง มีพลังที่จะใช้ชีวิต มีพลังที่จะดูแลคนรัก ดูแลคนรอบข้าง พลังแห่งความหวัง ซึ่งเป็นพลังชีวิตของผม จึงมีที่มาจากพลังแห่งความหวังของพ่อและแม่นั่นเอง..
ผมไม่ได้มองเห็นในตัวผมเอง ในตัวพ่อกับแม่เท่านั้น เมื่อนย้อนกลับมามองความสุข ความสำเร็จในหลายๆเรื่องที่ผมบอกได้เลยว่าเกิดขึ้นจากชีวิตคู่ ก็พบว่าสาเหตุมาจากการมี "ความหวัง (Hope)” นั่นเอง คือเกิดจากการที่เรากล้าคิดไกลๆ แล้วลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเรียนต่ออเมริกา ก่อนกลับมาแต่งงานกัน ที่แม้จะทุนจำกัด แต่ก็ผ่านมาได้ ความหวัง ทำให้การสร้างครอบครัว ผ่านการวางแผนที่ดี มีฐานด้านการศึกษาและอาชีพที่แข็งแรงเพียงพอ เมื่อต้องการจะต่อยอดเรียนต่อปริญญาเอก เพื่อพัฒนาตนเอง ได้เรียนรู้ในสิ่งที่อยากเรียนอย่างที่ฝันไว้จริงๆ ก็สามารถทำได้อย่างดีและดีมากๆด้วย ความหวังที่ดีทำให้เราสามารถรัก รักด้วยพลังใจจริงๆ และมีสิ่งดีๆ รองรับอย่างมีเหตุมีผล มีจังหวะที่ดี เติบโตอย่างมั่นคงไม่คลอนแคลน
สำหรับคู่รักในวันวาเลนไทน์ ซึ่งก็อยากบอกว่านอกจากจะให้ดอกไม้แก่กันและกันแล้ว ผมอยากแนะนำให้เรากับคู่รัก สร้างความหวัง (Hope) ด้วยการมองไปในอนาคตว่าอยากให้อะไรดีๆเกิดขึ้นบ้าง คิดไปอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่มีขีดจำกัดอะไรทั้งสิ้น วาดขึ้นมาเลย แล้วรักษาภาพดีๆ นั้นไว้ แล้วอดทน ปรับระบบชีวิตให้เข้าสู่เส้นทางความฝันให้ได้ ถ้ายังงงว่าจะทำอย่างไรดี ก็ลองไปถามคนที่เขาประสบความสำเร็จในชีิวิตการงานและชีวิตคู่ ถามเขาว่าเริ่มอย่างไร คิดอะไรตอนหนุ่มๆ และทำอย่างไรฝันจึงเป็นจริง คุณจะได้แง่มุมดีๆ มาเยอะครับ แล้วเราจะสามารถผ่านอุปสรรค สามารถสร้างสรรค์ชีวิตที่ดี มีอาชีพดีๆ มีความสำเร็จที่น่าประทับใจได้อย่างต่อเนื่องแน่นอนครับ
"ความหวังโชติช่วง ความรักก็โชติช่วง ชีวิตก็โชติช่วงแน่นอนครับ"
วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
Reference
Picture1: http://www.impawards.com/2014/hercules_the_legend_begins_ver7_xxlg.html
Picture 2: http://www.scotch.sa.edu.au/strengths-at-scotch.html
Picture 3: http://www.webdesign.org/photos-of-couples-st-valentine-day-s-inspiration.22212.html
For further detail on Strenght Characters and Virtues see:
http://www.amazon.com/Character-Strengths-Virtues-Handbook-Classification/dp/0195167015



Happy Valentine 's Day ค่ะอาจารย์
ขอบคุณกับงานเขียนดีๆ ค่ะ กลับเข้ามารู้สึกกับ "ความหวัง" ในชีวิตตัวเองอีกครั้งค่ะ ^_^
พออ่านเนื้อหาแล้ว ดูเหมือนว่า นอกจากความหวัง Hope แล้ว ยังต้องมีความกล้า Brave ด้วย กล้าคิดต่าง กล้าลงมือทำ จึงจะนำไปสู่ความสำเร็จ
สมกับที่รอคอยมานาน ซาบซึ้งครับ ความหวัง ที่เกิดจากความรัก เปลี่ยนแปลงโชคชะตา