๑๐๐๗ "กลุ่มชาติพันธุ์อ่าข่า เชื่อผิดๆใบยาเส้นไม่อันตราย"


   "กลุ่มชาติพันธุ์อ่าข่า เชื่อผิดๆใบยาเส้นไม่อันตราย"

           เปิดเผยผลวิจัยกลุ่มชาติพันธุ์อ่าข่า ยังเชื่อผิดๆใบยาเส้นไม่อันตราย พบปัญหาทางเดินปอด ทางเดินหายใจ มะเร็งในกลุ่มผู้ใช้ยาเส้น ตะลึงเด็กชาติพันธุ์อายุ 12 ปี เริ่มสูบ กลุ่มเยาวชนตกเป็นเหยื่อนักสูบหน้าใหม่ แนะให้ความรู้ ใช้กฎหมายคุมใบยาเส้นท้องถิ่น

การสูบบุหรี่มวนเอง หรือ ยาเส้น คิดเป็นส่วนส่วนถึงร้อยละ 49.6 ของจำนวนประชากรที่บริโภคยาสูบ

โครงการ : กระบวนการเพื่อการเรียนรู้ สู่การสร้างความตระหนัก เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ ในกลุ่มชาติพันธุ์อ่าข่า   โดย นายปฏิภาณ   อายิ นักวิจัยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้ เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นการทำงานเพื่อเก็บข้อมูลในกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งพบว่าวัฒนธรรมของกลุ่มชาวเขาแต่เดิมนิยมปลูกใบยาสูบเพื่อสูบและเคี้ยวด้วยความเชื่อทางวัฒนธรรม แต่เมื่อความเจริญเข้าถึงวัฒนธรรมบางส่วนเปลี่ยนไป การปลูกใบยาสูบเพื่อใช้บริโภคเองจึงค่อยๆ หายไป แต่ยังพบพฤติกรรมการบริโภคยาสูบอยู่ งานวิจัยจึงมุ่งเน้นทำให้เกิดการรับทราบสถานการณ์ปัญหาและนำไปสู่การแก้ไขในอนาคต

การวิจัยได้เก็บตัวอย่างได้เก็บตัวอย่างจาก 3 ตำบลคือ ต.วาวี   ต.เจดีย์หลวง ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย จำนวน 6 ชุมชน โดยแบ่งเป็นกลุ่มอายุต่างๆ โดยพบว่ากลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปมีการสูบจำนวนมาก และลดลงในกลุ่ม 30-50 ปีเนื่องจากเริ่มรับรู้อันตราย แต่กลับพบว่า ในกลุ่มเยาวชนอายุ ไม่เกิน 25 ปี โดยเฉพาะที่อยู่นอกชุมชน มีทัศนคติผิดๆ ว่า การสูบบุหรี่หรือยาเส้นทำให้ดูดีเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อน และการสูบครั้งแรกเริ่มจากการอยากลอง ไม่ตั้งใจจะสูบเพื่อติดบุหรี่ แต่ที่สุดก็กลายเป็นการติดบุหรี่และยาเส้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มการสูบบุหรี่มีการขยายเข้าไปสู่กลุ่มผู้หญิงมากขึ้น

จากการศึกษาวิจัย พบว่า การสูบยาเส้นเป็นที่นิยมในบรรดากลุ่มผู้ชาย การสูบยาเส้นที่ผลิตในท้องถิ่นหรือชานเมือง จะพบมากที่สุดในกลุ่มที่ใช้แรงงานในกลุ่มผู้ชาย โดยกลุ่มที่สูบยาเส้น อายุเกิน 30 ปีขึ้นไป สาเหตุของการสูบ สูบตามเพื่อน สูบไล่แมลง สูบเพราะเปรี้ยวปาก สูบเพราะมีคนใช้ให้ไปจุดจนติด   สูบเพราะรู้สึกทันสมัย สูบเพราะรู้สึกเท่ห์ สูบเพราะให้เป็นที่ยอมรับในสังคม เป็นต้น   เหตุผลเหล่านี้เป็นที่มาของการสูบยาเส้นและบุหรี่ในหมู่บ้านชนเผ่าอ่าข่าปัจจุบัน

แต่สิ่งที่พบนั้น มาตรการควบคุมดูแลยาเส้น ถือว่าแตกต่างกับบุหรี่ซองอย่างมาก ทั้งที่พิษภัยที่เกิดจากยาสูบทั้งสองแบบนั้นแทบไม่แตกต่างกัน ประกอบกับราคายาเส้นที่ถูกมากจึงเป็นเหตุให้ประชาชนหันไปสูบยาเส้นที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มเยาวชนก็หันไปสูบยาเส้นด้วย

เพื่อปกป้องสุขภาพของคนทุกกลุ่ม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

http://trc.or.th/th/2012-05-08-16-55-50/486-2013-04-13-19-01-36.html

 7 ก.พ.57

   ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)  

ข้อมูลโดย: หริสร์ ทวีพัฒนา

หมายเลขบันทึก: 561191เขียนเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2014 16:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2014 16:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

ขอบคุณ บทความดีดีนี้ค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง