ที่บ้านผมมีสะเดาอยู่ต้นหนึ่ง    เข้าใจว่าไปได้ต้นเล็กๆ มาจากสุพรรณ    เริ่มปลูกประมาณปี ๒๕๔๑    มารู้ว่านี่คือ สะเดาสุดอร่อยเอาเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว    เมื่อลูกสาวย้ายมาอยู่บ้านติดกัน    แล้วแม่บ้านของลูกสาวได้รับ คำบอกเล่าจากพนักงาน กวาดขยะ ว่าสะเดาต้นนี้ดอกกินอร่อยมาก    เขาแอบมาสอยตอนเราไม่อยู่บ้าน    หลังจากนั้น พนักงานกวาดขยะก็ไม่มีมีโอกาส ได้กินยอดและดอกสะเดาต้นนี้อีกเลย    เพราะแม่บ้านของลูกสาวจัดการเรียบตั้งแต่ดอกอ่อนๆ  

          พอใกล้ปีใหม่ ใบสะเดาก็เริ่มเหลืองและร่วง    แม่บ้านของลูกสาวกำชับว่า ห้ามรดน้ำเป็นอันขาด    ถ้ารดน้ำมันจะออกยอด แทนที่จะออกดอก    ปีนี้ เราเริ่มได้กินดอกสะเดาลวกน้ำปลาหวานปลาดุกย่าง เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๕๗   

          ตอนหยุดยาวปีใหม่ หลานสาวของสาวน้อยมาชวนไปกินอาหารที่ร้านครัวสลุย    ซึ่งเป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่ทำอาหารอร่อย    และราคาไม่แพง    เขามีเมนูสะเดาลวกน้ำปลาหวานปลาดุกย่าง    เราอดสั่งไม่ได้    กินแล้วผมบอกว่า รสสะเดาออกขมไปหน่อย    สู้ต้นบ้านเราไม่ได้ รสขมน้อย รสมันมาก    วันที่ ๕ ม.ค. ได้กินต้นที่บ้านเราเอง อร่อยกว่ามากจริงๆ    เป็นอาหารจานเด็ดราคาเพียง ๓๐ บาท    เป็นค่าปลาดุกย่างเสีย ๒๕ บาท 

          จริงๆ แล้วคนเรามีอคติอยู่บ้างไม่มากก็น้อย    สิ่งที่เราปลูกเองผลิตเองมักอร่อยกว่า    

          เรารอวันร่วงโรยของใบสะเดาที่ต้นหน้าบ้านมาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม    ผมมีหน้าที่กวาดใบไม้ที่ร่วงลงมาบนถนน หน้าบ้านไปสุมโคนไม้ทำปุ๋ย   จึงรู้ว่าช่วงนี้ใบสะเดาร่วงมาก    และช่วงที่ใบร่วงมากที่สุดนั่นแหละคือช่วงออกดอกของสะเดา    เราเฝ้ารอวันได้กินดอกสะเดาลวก    ก็เท่ากับรอวันร่วงโรยของใบสะเดา ที่เป็นใบแก่

          การร่วงโรยของสิ่งหนึ่ง เปิดโอกาสผลิใหม่ของอีกสิ่งหนึ่ง    เป็นวัฏจักรของธรรมชาติ

           ร่วงโรยเพื่อผลิใหม่     

 

วิจารณ์ พานิช

.. ๕๗

 

 

ที่ร้านอาหารครัวสลุย

 

กินกล้วยเล็บมือนางเชื่อมเป็นครั้งแรก รสเหมือนกล้วยไขเชื่อม

 

ถ่ายใกล้

 

มีดอกตูมที่ยอด

 

ซูมดอก

 

 

 

 

ถ่ายอีกมุม

 

พร้อมให้สอยไปลวกกินกับน้ำปลาหวาน

 

 

ใบที่ร่วงลงพื้นดิน ใบสีดำเป็นใบมะเกลือ

 

 

ใบร่วง