ปลูกใจรักษ์โลก : ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ปลูกใจรักษ์โลก_ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง_5 กพ.57
 
               
       ทุกคนตื่นเต้นและเครียดมาก ตั้งแต่คืนวันที่ 4 เพราะครูบอกว่าจะถีบตกน้ำ ต้วใครตัวมัน...ฮา เราซ้อมพิธีกร ในการเปิดวงเสวนา เคล็ดลับคือ เราไม่มีหน้าที่แนะนำหรือบอกชาวบ้าน แต่เครื่องมือในวงเสวนามี ให้ดึงเครื่องมือมาใช้มากที่สุด เครื่องมือเราคือ ละคร เกษตรอำเภอ หมอจากรพ. อ.ต๋อย อ.เพชร(สหมิตรครู) ผู้ใหญ่บ้าน และที่สำคัญคือตัวกลุ่มเยาวชนในกลุ่มได้แนะให้เล่นเด็กที่เลย(ความลับ..ฮา)
         ณ บ้านแบก โมงเช้า ทุกคนเริ่มใจไม่ดี เพราะไม่เห็นกลุ่มเป้าหมาเลย...ฮาๆ 
ขอทบทวนประเด็นปัญหาบ้านแบกคือเกษตรพันธสัญญากับบริษัทต่างชาติ เขาปลูกแคนตาลูป เพื่อนขายเม็ด (โลละ 1400 บาท) ใช้ยาฆ่าแมลงสารเร่งการเจริญเติบโต สารคลุกดิน รวมถึงเมล็ด เป็นของบริษัททั้งหมด ตื่นตี 1 ผสมเมล็ดแตง ทำงานทั้งวันไม่มีเวลาคุยกับลูกหลาน แต่รายได้ดีมาก บางคนมีรายได้ สุทธิไร่ละ 2-3 แสนบาท ต่อปี หลังจากที่เราลงพื้นที่1ปี พบว่าชาวบ้านละเลยสุขภาพและความอบอุ่นในครอบครัว ข้อค้นพบคือจากการทดลองปลูกแตงโดยไม่ใช้สารเคมี พบว่าแตงเจริญเติบโตช้าและไม่เต็มที่ จากการที่ใช้เมล็ดจากบริษัท
          วันนี้เรารมีละครเป็นเครื่องมือในการสะกิด แผลที่มี โดยลูกหลานแสดงให้พ่อแม่ดู เพื่อให้ตระหนักถึงพิษยาฆ่าแมลง หลังจากนั้นเป็นวงเสวนา โดยเอ็มและแอน จากการเสวนาพบว่า
- เมื่อเกมส์ถูกพี่ๆถาม ด้วยความมีโอกาสเปิดใจเกมส์ร้องไห้ เป็นการวงที่เยี่ยมมาก ยายร้องไห้ ป้าๆ ร้องตาม 
-พ่อแม่ตระหนักรู้แต่ยังคงติดว่าต้องใช้หนี้และต้องหาเงินส่งลูกเรียน
- ต้องใช้หนี้ ทำอย่างอื่นได้เงินไม่ทันใจ (ไหนว่าได้ไร่ละสอง สามแสน) 
- คนในชุมชนได้รายได้ดีขนาดนี้ แล้วทำไมยังเป็นหนี้ ?
- พี่พยาบาลถามว่าที่ว่าส่งลูกเรียนนั้น สถิติพบว่าเรียนจบป.ตรีกันน้อยมาก
- คนในชุมชนอายุเกิน 45 ปีก็เริ่มเจ็บป่วย มีคนเป็นมะเร็งตายเยอะ เป็นโรคตับตายก็เยอะ
- รายได้สุทธิ 2 แสนบาทนั้นยังไม่ได้หักค่าสุขภาพและความอบอุ่นในครอบครัว
- คนในชุมชนรู้สึกว่าเกษตรอินทรีย์ไม่มีตลาด
- คนในชุมชนรู้สึกว่าหากไม่ใช้สารเคมีจะได้ผลผลิตไม่ทันใจ
- คนในชุมชนรู้สึกว่าตนเองรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ดีอยู่แล้วเพราะดูงานมาหลายครั้ง
- น้องตุ๋มเกษตรอินทรี(น้องตุ๋ม+น้องเเบงค์ สหมิตรครูจากกาฬสินธ์)พูดถึงเกษตรอินทรีที่ตนเองทำ เรียกความสนใจของชาวบ้านเป็นอย่างดีเยี่ยม ชาวบ้่นต้องการไปดูงานที่ไร่ของน้อง เป็นตัวแปรที่เข้ามาในวง ที่สุดยอด
-ท่านเกษตรอำเภอ พูดเรื่องเกษตรปลอดภัย การใช้สารเคมีมีผลต่อดินอย่างไร แต่รู้สึกที่ชาวบ้านจะสนใจเกษตรอินทรีมากกว่า 
ในด้านการละครเด็กๆรู้สึกว่าตนเองแสดงได้ไม่เต็มที่ คงเป็นเพราะเครียดมาก กับกลุ่มเป้าหมาย แต่ทุกคนแสดงได้ดีมากไม่หลุดเลย โดยเฉพาะก็อดสายตาเรียกความจริงใจได้เยี่ยมมาก ความเครียด มีอิทธิพลมากทำให้ผู้แสดงไม่เข้าอารมณ์เท่าที่ควร
 
ขอบคุณ. อ.ต๋อย อ.เพชร เกษตรอำเภอ รพสต. น้องตุ๋ม+แบ็ง(เกษตรอินทรีย์ กาฬสินธ์) ผู้ใหญ่บ้านหมู่1,7,8
สหมิตรครู
 

บทเพลงที่แสนแต่งให้น้อง หลังจากAAR กันแล้ว

เพลง : เกมส์..จากพี่แสน
หนูลืมตา เกิดมาที่บนโลกนี้ 
ช่วงโชคดี ที่มีพ่อเเม่อยู่ข้างกาย
ในวันใด ที่ลูก นั้นมีความทุกข์ใจกาย
ท่านน้อมใจ ให้ใจกับหนูเสมอ
*หนูก็รู้ ว่าเเม่รักหนูเท่าไหร่
ทุ่มเทใจ เทกาย ให้ลูกเรียนหนังสือ
เเม่ตั้งใจจนลืมว่าลูก ยังรักเเม่อยู่
หนูเฝ้าดู หนูเป็นห่วง พ่อเเละเเม่
**เหตุผลหนู ก็อยากเเม่อยู่กับหนู
คอยเฝ้าดู เฝ้าดูหนูอยู่เพียงข้างกาย
เหตุผลเเม่ ก็อยากให้ลูกอยู่สุขสบาย
หวังเพียงกาย เเละใจเจ้าเป็นอยู่ดี
หนูหวังเพียง ให้เเม่ ...รอดูหนู...รับปริญญา..

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูเพ็ญศรี



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชื่นชม... มากๆ ครับ

ส่วนที่น่าสนใจคือ

  • ชาวบ้านรู้สึกว่า ต้องส่งลูกเรียน และสะท้อนว่าลูกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องหารายได้จากการ "ปลูกแตง"
  • ทำไมชาวบ้านส่งลูกเรียน แต่ทำไมเรียนไม่จบ หรืออย่างไร .... อันนี้ไม่เข้าใจ
  • เป็นไปได้หรือไม่ว่า เด็กกลุ่มที่ชาวบ้านบอกว่ากำลังส่งเรียน ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเรียน ยังไม่ครบกำหนดจบการศึกษา
  • ความจริงสาเหตุสำคัญคือ "ความไม่พอเพียง" ...... ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่นี่ แต่ทุกที่ทุกภาคของประเทศไทย ...