ประชุมโครงการป้องกันกระดูกหักซ้ำ ครั้งที่ 1

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2557 ได้มีการประชุมโครงการป้องกันกระดูกหักซ้ำ ครั้งที่ 1 โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พยาบาล และผู้แทนจาก สปสช.

 

โครงการป้องกันกระดูกหักซ้ำ ในผู้ป่วยที่มีกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน เริ่มต้นจากกลุ่มแพทย์ในมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ เห็นแนวโน้มอุบัติการผู้ป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย และแนวโน้มกระดูกหักซ้ำก็เพิ่มสูงขึ้นตาม จึงริเริ่มโครงการ Fragility Fracture : holistic secondary fracture  prevention program โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือให้มีการดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้แบบสหสาขาวิชาชีพตามมาตรฐานและป้องกันการเกิดกระดูกหักซ้ำ โครงการดังกล่าว ได้ทำมาแล้วหลาย เช่น อังกฤษ  สกอตแลนด์ อเมริกา ฯลฯ พบว่าได้ผล เป็นที่น่าพอใจว่าช่วยชลอหรือลดการเกิดกระดูกหักซ้ำ บางประเทศพบว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอีกด้วย

 

นพ. สุทร บวรรัตนเวช ให้ความเห็นว่า แนวทางการรักษาและป้องกันกระดูกหักที่เกิดจากโรคกระดูกพรุน มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมาก จากประสบการณ์ที่ริเริ่มการทำโครงการนี้ พบว่า  ปัจจัยที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ คือ

1  ทีมงาน ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหานี้ร่วมกัน

2  ต้องมีผู้นำ ที่เห็นความสำคัญและพร้อมที่จะสนับสนุน ทั้งทางด้านการเงิน  เครื่องมือ และบุคลากร

3  ผู้ประสานงานโครงการ ซึ่งอาจจะป็น พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึก และเข้าใจโครงการเป็นอย่างดี เนื่องจากโครงการรูปแบบนี้เป็นการทำงานร่วมกันแบบสหสาขาวิชาชีพ

 

นพ. ทวี  ทรงพัฒนาศิลป์  ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลาย ๆ ประเทศ ทั่วโลก ได้ทำโครงการป้องกันการเกิดกระดูกหักซ้ำ ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน แต่ใช้ชื่อโครงการต่าง ๆ กัน ได้แก่ Fracture Liason Service, Capture the Fracture, Fragility Fracture และอื่น ๆ อีกหลายชื่อ และมีรูปแบบในการทำโครงการ แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ในรายละเอียด ของแต่ละประเทศ แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือป้องกันกระดูกหักซ้ำ จากประสบการณ์ ที่ได้ร่วมทำโครงการเกี่ยวกับเรื่องนี้มา 2-3 โครงการแล้ว พบว่ามีอุปสรรคพอสมควรคือ

1  ไม่ได้รับการสนับสนุนโครงการ จากผู้บริหาร ซึ่งไม่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้

2   แพทย์ทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์  มากกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่คิดว่าการรักษาโรคกระดูกพรุนมีความสำคัญ และไม่ใช่หน้าที่ ที่ต้องรักษา และยังไม่มีความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนเพียงพอ

3   ผู้ป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน หลังจากได้รับการรักษาโดยแพทย์ทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์แล้ว ไม่ได้ใส่ใจในการรักษาโรคกระดูกพรุนหรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ดูแลร่วมกัน

4  กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้จัดลำดับความสำคัญของโรคกระดูกพรุนในลำดับต้นๆ เพราะมีโรคเรื้องรังอื่นๆเช่นเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ มะเร็ง ที่ยังเป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญกว่ามาก จึงไม่ได้รับงบประมาณ ในการรักษาโรคกระดูกพรุน

 

ที่ประชุมได้อภิปรายกันต่ออีกพอสมควร สรุปเพื่อการดำเนินการต่อดังนี้

 

  1. ใช้ชื่อโครงการว่า “ Capture the Fracture “
  2. จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดเรื่อง Capture the Fracture  เบื้องต้นปีนี้แก่แพทย์ทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์  ในการประชุมวิชาการทางการแพทย์บางโอกาส รวมถึงการประชุม Advance Course in Osteoporosis   ที่จะจัดโดยมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯซึ่งรับผิดชอบโดย นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์
  1. เสนอ นพ. สุทร บวรรัตนเวช เป็นประธานโครงการ “ Capture the Fracture “  พญ. สุขจันทร์ พงษ์ประไพ จะทำหน้าที่ประสานงานคณะทำงานชุดนี้  พร้อมเสนอให้มีการประชุมความก้าวหน้าต่อเนื่อง ทุก 2 เดือน ต่อครั้ง
  1. โครงการนี้ใช้ชื่ออยู่ภายใต้มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ

 

                         

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Bone



ความเห็น (0)