มีโอกาสได้เข้าฟังแลคเชอร์และคุมแลปนักศึกษากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่สองรู้สึกโชคดีมากค่ะ เพราะตนเองนั้นชอบวิชาเกี่ยวกับจิตวิทยามากๆ อาจารย์มาเรีย (Ms. Maria Sandborgh) อาจารย์จาก Malarden University สวีเดน  นอกจากจะมาบรรยายแล้วยังสอนแลปในวิชา Behavioral medicine and Physical Therapy in musculoskeletal dysfunction อีกด้วย ซึ่งในตอนแรกดิฉันยังนึกภาพไม่ค่อยออกว่ารูปแบบการเรียนการสอนจะออกมาเป็นแบบไหน .......??

        ปรากฏว่าได้ทบทวนทฤษฏีทางจิตวิทยา การประยุกต์เคสกับทฤษฏีและเทคนิคทางกายภาพบำบัด ทำให้ดิฉันเองมองเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยส่วนตัวชื่นชอบสไตล์การสอนแบบฝรั่งที่ทำให้เด็กสนใจ ไม่ง่วง ไม่เบื่อ มีการยืดเส้นยืดสาย เพื่อช่วยคลายความเมื่อยล้าอีกด้วย

 

รูปนี้แอบถ่ายอาจารย์จากระยะไกล

 

ยกตัวอย่างความรู้ที่ได้จากการสอนของอาจารย์

Respondent learning

       กรณีศึกษาชื่อ Kate เพศหญิง อายุ 40 ปี มีปัญหาปวดหลัง จากการที่หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ทำให้เส้นประสาทโดนกดทับ มีอาการเจ็บและชาบริเวณขาข้างขวา 

      ปัจจุบันอาการของเขาดีขึ้นมาก มีเพียงอาการปวดหลัง ส่วนการรับความรู้สึกต่างๆที่ขาปกติขึ้น ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าหน้าที่จัดเรียงสินค้า แต่ไม่สามารถยกของใหญ่ๆ เช่น กล่อง ได้

  credit : http://www.defensivecarry.com/forum/concealed-carry-issues-discussions/110465-printing-while-sitting-down.html 

     Kate เล่าว่าเขา "มีปัญหากับการยกกล่อง" เขาได้กลับไปทำงานอีกครั้งหลังจากหายป่วยประมาณสามเดือน เขาได้พยายามยกกล่อง แต่รู้สึกเจ็บมากๆ .....เขาลองพยายามอีก 2-3 ครั้ง แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังเจ็บอยู่ดี

      สามปีต่อมา เขาไม่สามารถยกกล่องต่างๆได้อีกเลย แม้กระทั่งได้พยายามแล้วก็ตาม

      เขาเล่าว่า " ฉันรู้สึกกลัวและเครียดมากเมื่อเปิดห้องเก็บของ และเห็นกล่องที่เขาจะต้องยก "......น่าแปลกไหมคะ?

     อาจารย์ได้แบ่งเด็ก นศ. ออกเป็นกลุ่มย่อย เรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน โดยในแต่ละกลุ่มจะต้องมีสมาชิกที่เข้าใจภาษาอังกฤษช่วยแปล เล่า ส่งต่อข้อมูลให้เพื่อนในกลุ่มฟัง ดูๆก็คล้าย self help group ช่วยกันคิดช่วยกันแลกเปลี่ยนจากโจทย์

  • Describe the respondent learning in this case.

      ให้อธิบาย respondent learning ของ Kate>> Kate เรียนรู้ว่าการยกกล่อง ทำให้เขาปวดหลัง.......

  • Discuss if you have seen this type of learning in your life - in yourself or in others.

      ข้อนี้ให้เด็กๆ แชร์ประสบการณ์ที่เขาเคยเรียนรู้มา

      Ex. A : เคยถอดปลั้๊กไฟ แล้วโดนไฟดูด จากนั้น เวลา A จะเสียบปลั้๊กไฟ ก็กล้าๆกลัวๆ ระวัง กังวล ทุกครั้ง

  • Write down the best example in your group. จากนั้นให้เลือกมาหนึ่งตัวอย่างที่อยากจะแชร์กับเพื่อนในห้องเรียน 

      คราวนี้ Shifted มาในส่วนการรักษา >>>

      Kate พัฒนาความกลัวมากขึ้น เขากลัวแม้กระทั่งการยกกล่องเปล่า ๆ " เมื่อฉันเปิดห้องเก็บของ เห็นกล่อง และการพยายามจะยกกล่อง ฉันก็รู้สึกกลัว เครียด!!!!!"

PT ถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อจะยกกล่อง? >> เธอตอบว่า "ฉันคิดว่าฉันจะปวดหลัง และมันจะไม่หาย"

PT ถามเธอต่อว่า เธอคิดอะไรเมื่อเธอรู้สึกปวดหลัง? >> เธอตอบว่า "ฉันคิดว่าหมอนรองกระดูกสันหลังของฉันจะเคลื่อนอีกครั้ง"

     จากการตรวจร่างกายตามปกติไม่โชว์ว่าเธอหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนอีก พบเพียง กำลังกล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว ค่อนข้างน้อย ตรวจการเคลื่อนไหวพบว่าปกติ 

     การกลัวการเคลื่อนไหวของเคสนี้ เป็นการถ่ายเทการเรียนรู้สึกกลัว เพราะคนไข้คิดว่า การเคลื่อนไหวเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ ทำให้เขาวิตกกังวลกับการเคลื่อนไหวมากขึ้น 

     การดูแลคนไข้ ต้องเริ่มจากความกลัวที่น้อยที่สุด เช่น

     สอนการเคลื่อนไหวง่ายๆ ลุกนั่ง ยืน>ฝึกยกกล่องเปล่า>ฝึกยกกล่องที่มีน้ำหนัก

     และให้คนไข้ rating ด้วยตนเอง เช่น ลุกนั่งรู้สึกเจ็บมากไหม ให้คะแนนซิจาก เต็ม 10 เจ็บ/กลัวกี่คะแนน

 

จิตวิทยามีหลายแนว ท้าทายมากกว่าที่เคยเห็นจริงๆ ^ ^