ปัจจุบันโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในทุกด้าน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งผู้เรียนรุ่นใหม่ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ ค่านิยม ลักษณะนิสัย ความรู้สึกนึกคิดและประการสำคัญมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีอาชีพใหม่ๆ และมีข้อมูลข่าวสารใหม่ๆที่จำเป็นเกิดขึ้นตลอดเวลาและมากมาย  อาชีพในอนาคตก็ยังไม่แน่ชัดว่าคืออะไร มีลักษณะและต้องใช้ความรู้หรือทักษะอะไร จนมีผู้กล่าวเตือนว่าโลกในอนาคตอีก 10 ถึง 15 ปีข้างหน้าคงยากที่ใครจะพยากรณ์ได้  การศึกษาจึงต้องเตรียมผู้เรียนเพื่อไปอยู่ในโลกที่ยังไม่มีใครรู้ว่ามีลักษณะอย่างไร ไปประกอบอาชีพที่ไม่รู้ว่าคืออะไร  ไปแก้ปัญหาที่ยังไม่รู้ว่าอะไรคือปัญหา และไปใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่รู้ว่าจะก้าวหน้าไปถึงขั้นใด

     การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2  จึงมีจุดเน้นที่จะพัฒนาคนไทยให้ได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยเป้าหมายหลักคือพัฒนาคุณภาพ/มาตรฐานการศึกษาและปรับกระบวนทัศน์ของการเรียนรู้  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง  โดยมุ่งเน้นให้เกิดนิสัยใฝ่รู้ มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิดวิเคราะห์  คิดแก้ปัญหาและคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งมีความรู้พื้นฐานและสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ตามศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งนี้ สำหรับหลักสูตรในแต่ละระดับได้มีการกำหนดกรอบเป้าหมายที่เป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียนไว้อย่างชัดเจน  ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้จากมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์  

     การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความสามารถ ทักษะ และเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ดังกล่าวข้างต้น  รวมทั้งแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ใหม่ในศตวรรษที่ 21ส่งผลให้ระบบการจัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยน  บุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องปรับกระบวนทัศน์ใหม่ โดยดำเนินการเพื่อให้เกิดการเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเฉพาะครูผู้สอนจำเป็นต้องพัฒนาตนเองจนสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง ภัยคุกคามต่อความสำเร็จต่อการจัดการเรียนการสอนของครูอาจารย์ที่ปรากฏชัดประการหนึ่งก็คือศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนลดลง ในขณะที่มีสื่อการเรียนรู้สมัยใหม่เกิดขึ้นอย่างมากมาย  ทั้งสื่อที่ช่วยการสอนของครูและสื่อที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในการเรียนรู้  มีระบบการติดต่อสื่อสารที่ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด  อีกทั้งรัฐได้มีการเตรียมพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบการจัดการเรียนรู้   รวมถึงการประเมินความคุ้มค่าของการจ้างครูที่ขาดศักยภาพในการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่    ทั้งนี้เชื่อว่าอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าจะมีครูอาจารย์ที่สอนอยู่ในปัจจุบัน  ที่ไม่สามารถปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่ดังกล่าว จะถูกให้ออกหรือถูกจ้างให้ออก   จากอาชีพครูมากกว่าครึ่ง ........ ท่านเชื่อคำกล่าวนี้หรือไม่

 

                                                                                              บรรดล  สุขปิติ

                                                               ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้

                                                                                     มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม