หากเวลาผ่านไป โลกหมุนไป คนเปลี่ยนไป ค่อยๆหมุน ค่อยๆเปลี่ยน จนเราไม่รู้สึก แต่มีอย่างหนึ่ง ที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไป รวดเร็ว จนทนไม่ได้เลย
จากบันทึกของผู้หญิงคนหนึ่งในชื่อเรื่อง ต้นไม้ยืนเหงา..เหมือนฉันเลย เธอก็ยังคงวนเวียนมานั่งที่ม้านั่งของเธอ ใต้ต้นไม้ใหญ่เกือบทุกเย็นของเกือบทุกวัน
ภาพความชาชินที่เธอมานั่งตรงนี้ทุกวัน จนทำให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา อดนิยมชมชอบเธอไม่ได้ ที่เธอนั่งนิ่งๆได้นานๆ เธอแหงนดูท้องฟ้าในบางครั้ง และในบางครั้ง ก็สังเกตเห็นเธอเอาหลังมือขวาของเธอปาดที่ตาของเธอ นานๆครั้ง
จนพระอาทิตย์จะตกดินแล้ว เธอยังไม่กลับบ้านเลยหรือ
วันนี้เห็นเธอถือช่อดอกไม้ด้วย ใครนะนำช่อดอกไม้มาให้เธอ อยากจะขอบคุณคนที่นำช่อดอกไม้มาให้เธอ ถึงแม้ว่าพระอาทิตย์จะตกดินแล้ว แต่ก็ยังเห็นสีหน้าและแววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุข
จากนั้นมา ....เห็น......ม้านั่งของเธอ...ไม่มีเธอนั่งอยู่......อีกเลย
|
เธอคือใคร ใครคือเธอ
ครูอ้อยใช้คำว่า เธอ เรียกแทนคนที่กล่าวถึงในบันทึก ดอกไม้ดอกเล็กๆที่แสนสวยของครูอ้อย
เอ หรือว่า คือเธอคนนี้นี่เอง
ภาพนี้ถ่ายแถวๆบ้านครูอ้อยหรือครับ
ถึงได้เห็นเธอมานั่งอยู่ตรงนี้
แสดงว่าเธอคนนี้ รู้จักกับครูอ้อยเป็นอย่างดี ถึงขนาดรู้ว่าเธอนั่งตรงนี้ .
คุณบอนคะ
เหมือนกับคนเขียนเพลงบรรเลงชีวิตเลยนะครับ

คุณบอนคะ
อ้อ แถวจตุจักรนี่เองหรือครับ ถ้าได้ยินเสียงนกร้อง แสดงว่า บริเวณที่เห็นในภาพ ก็อยู่ข้างๆรั้วบ้านสิครับ แหม น่าไปนอนเกลือกกลิ้งสนามหญ้าแถวนั้นจริงๆ
คุณบอนคะ
ลืมไป เอารูปใครมาให้ดูคะ แต่ครูอ้อยยกมือไหว้แล้วล่ะ ใครหรือคะ
ผลงานศิลปนิพนธ์ของนิสิต สาขาทัศนศิลป์ มมส.นะครับ อยากชมรูปสวยๆเพิ่มเติม ก็คลิกที่ภาพได้่เลยนะครับ อย่าเอาแต่ไหว้ เพราะคลิกที่ภาพ จะพบกับภาพสวยๆอีกมากมายนะครับ
ครูอ้อยไม่ได้เห็นภาพสวยๆของคุณบอนนานแล้วค่ะ
wow! so romantic มากๆ เลยค่ะครูพี่อ้อย
เห็นบ้านพี่ที่ต่างจังหวัดแล้ว ไม่ยักกะเชื่อว่า บ้านที่กรุงเทพฯ ก็ยังได้บรรยากาศขนาดนี้
วันไหนปูเข้ากทม. จะไปนั่งเล่นนอนเล่นแถวนั้นบ้างดีก่า ... คงเขียนกลอนได้เยอะเลย...
ขอบคุณค่ะ
เข้าใจผิดแล้วมั้ง...เดี๋ยวก่อนน้อง...poo
อิอิ..แต่มาแล้วจะพาไปนอนเล่นก็ได้ค่ะ