คิดใคร่ครวญลองดูให้ดีดี ว่า เพื่อน มีความหมายว่าอย่างไร ?

เปิดใจ ไท สัมพันธ์

 

        ความเข้าใจกันอันดีเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีต่อกันเเละกัน การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดียิ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติต่อกันเเละกันด้วยความจริงใจ การพูดคุยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในสังคมของห้องเรียน เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวในห้องเรียนเเห่งนี้ได้ ทุกสิ่งที่เกิดปัญหาเกิดขึ้นจากการไม่ได้พูดคุยกัน ไม่เปิดใจพูดคุยกันอย่างจริงใจ จึงเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในการเรียน ปัญหานี้ มาจากหลายๆเหตุด้วยกัน อาทิ การไม่เปิดใจคุยกัน การไม่ยอมรับซึ่งกันเเละกัน การน้อยใจให้กันเเละกัน ทิฐิส่วนบุคคล ฯ เป็นเช่นนี้มาสักพักหนึ่ง "ถึงคราวที่ต้องเปิดใจอีกครั้ง" ซึ่งครั้งนี้เราใช้วันของการทัศนะศึกษาของโรงเรียน ทำกิจกรรมอยู่ข้างทะเล...กว่าจะถึงกิจกรรมนี้ได้กระผมเองรับบทเป็นผู้นำกิจกรรมซึ่งถือว่ากิจกรรมที่นำนี้ไม่เคยได้ทำมาก่อน เป็นกิจกรรมที่ใคร่ครวญด้วยใจ ใช้ใจมองกันเเละกัน ที่ชื่อว่า "จิตปัญญา" ก็มีการคุยกับครู คุยกับเพื่อนเเละคุยกับตนเองเป็นระยะ พอได้พูดคุยจึงได้ตัวกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับการทัศนศึกษาในครั้งนี้ 

        พอถึงวันออกเดินทาง ทุกๆคนมาขึ้นรถ ณ จุดนัดพบ การเที่ยวในคราวนี้มีเพื่อนอยู่ 2 คนทีไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลยไปด้วยกัน ซึ่งทั้งสองคนก็ไม่ค่อยเข้ากัยสังคมได้มากเท่าไรนัก จึงเป็นการดีที่ได้มาเที่ยว มาเปิดใจในครั้งนี้ร่วมกัน หลังจากที่ขึ้นรถเเล้วก็เปิดเพลงเเล้วร้องเต้น ซึ่งก็เป็นธรรมดาของเด็กๆ ในการไปเที่ยว หลังจากเที่ยวที่อื่นๆเเล้วก็มาถึงทะเลระยอง ทุกคนลงรถพร้อมที่จะไปเล่นน้ำทะเล มีหลายคนที่ไม่อยากเล่นน้ำเพราะขี้เกียจอาบน้ำอีก ซึ่งในช่วงที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเที่ยว คณะผู้นำกิจกรรมก็หาสถานที่ หาช่วงเวลาที่เหมาะสม มีการพูดคุยกันสักพักหนึ่ง ในที่สุดก็ได้ช่วงเวลาที่เหมาะสม เเละสถานที่ คือ ช่วงเวลาที่ทุกคนเที่ยวเสร็จเเล้ว เเละสถานที่เป็นลานจอดรถของตนเอง เหตุที่เลือกเอาลานจอกรถเพราะบริเวณชายหาดน้ันมีคนจำนวนมาก อาจทำให้เกิดความวุ่ยวายได้  เเละเเล้วเวลาก็มาถึงช่วงเวลาที่เป็นกิจกรรม ทุกๆคนมาพร้อมกันที่บริเวณจุดนัดพบ มีเพื่อนประมาณ 2 คนที่ยังไม่มา เพื่อนคนอื่นๆถามกระผมซึ่งเป็นผ้นำกิจกรรมฝึกหัด ว่า "ทำไมต้องรอ ทำไมไม่ทำก่อน กลัวว่าจะเสียเวลาในการเดินตลาดซื้อของฝาก" ผมตอบไปว่า "รอเพราะ เพื่อน คือ เพื่อน เราทุกคนเป็นเพื่อนกัน เขาอาจมีเหตุผลบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาช้า เราต้องเข้าใจเขา เพราะเราเป็นเพื่อนกัน" หลังจากนนั้นไม่นานเพื่อนสองคนก็เดินมาถึง เเล้วเริ่มกิจกรรมจิตปัญญา

ถั่วเเทนใจ

       ก่อนที่เราจะเริ่มกิจกรรมอยากให้ทุกๆคนหลับตาก่อน ทำสมาธิก่อน ซึ่งเพื่อนเกือบทั้งหมดหลับตาลง มีความเชื่อในตัวของผู้นำกิจกรรม มีเพียงบางส่วนที่ยังไม่หลับตาลงซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ในระหว่างที่ทุกคนหลับตาอยู่นั้นผู้ช่วยก็เดินเเจกถั่วลิสง ไว้ในมือของเพื่อนทุกๆคน ทำสมาธิได้สักพักหนึ่งก็ให้ทุกๆคนลืมตาขึ้นเเล้วทุกๆคนก็เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของตนเอง เเล้วผมก็ป้อนคำถามชวนคิดว่า สิ่งที่อยู่ในมือของเรานี้เราคิดว่า มันคือ อะไร เป็นอย่างไร ลองสัมผัสมันดูว่ามันมีลักษณะอย่างไร เพื่อตอบขึ้นว่า "มันก็คือถั่วไงเเล้วจะถามอะไรให้วุ่นวาย" ผมถามต่อไปอีกว่าคิดว่าถั่วที่อยู่ในมือของเรานี้มีกี่เมล็ดเอ่ย ลองคิดดูซิ เพื่อนหลายๆคนก็คิดว่าจะมีกี่เมล็ดดี เพื่อนหลายๆคนก็บอกว่ามันเป็นปล้องอยู่เเล้วสามารถรู้ได้เลยเเบบไม่ต้องคิด จากนั้นผมก็บอกว่า ลองเเกะมันออกมาดูสิ ว่ามันมีกี่เมล็ด สิ่งที่เราคาดหวังไว้มันใช่หรือไม่ เราผิดหวังหรือสมหวัง เเล้วถ้าเปรียบเพื่อนของเรากับถั่วล่ะจะเป็นอย่างไร  เเล้วก็ให้คนที่อยากอธิบายมาพูดให้กันฟัง เพื่อนหลายๆคนบอกว่าถั่วนี้ฉันพอใจที่มันออกมาดั่งใจที่ฉันคิด  เพื่อนหลายๆคนก็บอกว่าถั่วนี้ไม่ได้ดั่งใจที่ฉันคิด เเต่ฉันก็ชอบเพราะมันเป็นสิ่งที่อยู่ในความรู้สึกของฉัน เพื่อนก็เปรียบเหมือนกับถั่ว ที่ถ้าเรามองเพียงเปลืองเราก็จะไม่เห็นเมล็ดข้างในว่ามันเป็นอย่างไร เราจะไม่เห็นหัวใจของข้างในว่าจะมันยังไง เเละเพื่อนอีกบางคนก็บอกว่า เปลือกกับเมล็ดที่เราถืออยู่นี้เป็นสิ่งที่สามารถเเทนทุกๆคนได้ดี เพราะหากเรามองเพียงเปลือกเราก็จะไม่เห็นข้างในอยู่อยู่ในของของเพื่อน เพื่อนทุกๆคนมีหลายมุมมอง มีหลายๆด้าน บางครั้งเขาอาจอารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดีก็เป็นธรรมดาที่เราๆทุกๆคนคยเป็นเหมือนกัน หลังจากพอพูดคุยกันเสร็จ ผมพูดให้ทุกๆคนฟังว่า เพื่อนเราก็เหมือนกับถั่วที่อย่างที่เราพูดกัน ถั่วก็เหมือนกับการที่เราทุกๆคนมองเพื่อน ที่หากเรามองเพียงเปลือกเเล้วนั้น เราก็จะไม่เห็นใจของเพื่อน หากเรามองในด้านเดียวว่าเขานิสัยไม่ดี เราก็จะไม่เห็นด้านที่ดีของเขาเลย ช่วงอารมณ์ต่างๆล้วนมีความโกรธ ความไม่เข้าใจ ความโมโห ใส่กันถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา จงเลือกที่จะมองในด้านที่ดีของเพื่อนมากกว่าด้านที่ไม่ดีของเพื่อน..

สิ่งของเเทนใจ

        หลังจากกิจกรรมถั่วเเทนใจพึ่งเสร็จไป ถัดจากนั้นก็เริ่มกิจกรรมใหม่ที่ชื่อว่า สิ่งของเเทนใจ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นการหาสิ่งของใดใดก็ได้ที่อยู่ในบริเวณนี้ มามอบให้เพื่อน 1 คนที่ตนเองชื่นชอบเขา ซึ่งกิจกรรมนี้สิ่งกเเรกที่ผมบอกกับเพื่อนคือ ให้เราเลือกเพื่อนที่เราประทับใจในตัวของเขามากที่สุดเพียงหนึ่งคน เเล้วเก็บความลับนั้นเอาไว้ในใจเสียก่อน สักพีกหนึ่งถามเขาอีกครั้งว่า เราได้หรือยัง เพื่อนตอบว่า "ได้เเล้ว" จากนั้นผมบอกให้ทุกๆคนให้ไปหาสิ่งของอะไรก็ได้ที่อยู่ในบริเวณนี้ที่คิดว่าจะมามอบให้เขา พร้อมทั้งให้บอกด้วยว่าสิ่งเหมือนเหมือนเขาอย่างไร ผมให้เวลาทุกๆคนไปหาสักพักหนึ่ง เเล้วก็มานั่งเป็นวงคุยกันเช่นเดิม เมื่อทุกคนหามาได้เเล้วนั้น ผมก็บอกว่า มีใครจะอยากเล่าให้เพื่อนฟังไหม ในสิ่งของที่เเทนตัวของเขา เพื่อนคนหนึ่งพูดก่อนเพื่อน เขาบอกว่า สิ่งของที่เเทนใจเพื่อนของฉันคนนี้เป็นก้อนหิน ฉันมองว่าเขามีจิตใจเหมือนดั่งหิน ที่เเข็งเเกร่ง มีหัวใจที่เข้มเเข็ง เพื่อคนต่อมาบอกว่าเพื่อนของฉันคนนี้ก็เหมือนกับใบไม้ใบนี้ที่มีความอ่อนโยน เเล้วถัดจากนั้นถึงคิวท่านประธานได้พูด โดยที่ประธาพูดว่า สิ่งของที่อยู่ในมือของผมนี้ คือ สังกะสี ซึ่งเพื่้อนคนนี้ของผมเป็นเพื่อนที่ผมรัก เขาเหมือนกับสังกะสี เวลาเขาอยู่ในห้องเขาน่าสงสาร ที่มีเพื่อนคุยกับเขาน้อยมาก เเต่ผมอยากจะบอกทุกคนอย่างหนึ่งว่า สังกะสีที่เหมือนกับเพื่อคนนี้นั้น ถ้าเราไม่หยิบมันมาบาดคอตนเอง เราก็จะไม่ตายนะ ถ้าเราไม่มองว่าเขาเป็นคนอันตรายเอง เขาก็เหมือนกับคนธรรมดานะ เขาก็เป็นเพื่อนของเรา เขาก็เป็นคนเหมือนกัน หลังจากท่านประธานนักเรียนพูดจบลง เพื่อนในห้องหลายๆคนก็ร้องไห้กันใหญ่ เวลาล่วงเลยผ่านไปสักพักหนึ่ง ก็ถึเวลาที่ต้องออกเดินทางสู่บ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่เราทุกๆคนจะได้มาคุยกัน เวลาก็กลับกระชั้นชิด ทำให้ผมตัดสินใจบอกว่า เนื่องด้วยเวลาของเราในที่นี่จำกัด เเต่เวลาของเราในวันต่อไปไม่จำกัด เพื่อนคนที่ยังไม่ได้พูดให้นำสิ่งของนี้ไปมอบเเด่เขาที่เราชอบเป็นการส่วนตัวก็เเล้วกันนะ เเล้วในจังหวะนั้นเองผมก็เกิดมีความคิดขึ้นมาใหม่ว่าเพื่อนที่เราประทับใจ ความประทับใจในตัวเพื่อน ต่างๆ อยากให้ทุกๆคนเขียนลงใน เฟสบุ๊คกลุ่มของห้องเราก็เเล้วกัน ด้วยเหตุผล คือ ผู้เขียนจะมีความตระหนักอยู่ภายใน เเล้วผู้ที่ถูกเอ่ยนามจะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นกับผู้เขียน เเล้วมาสามารถคิดเห็นเเลกเปลี่ยนกันได้วันช่วงเวลาดังกล่าว จนอาจกลายเป็น "เฟรนด์ชิป" เล็กๆของเด็กๆ

        หลังจากกิจกรรมนี้ไม่นานจากการสังเกตุพบว่าเพื่อนหลายๆคนมีความรู้สึกที่ดีขึ้นต่อเพื่อน เพื่อนหลายคนพูดเพราะขึ้นต่อเพื่อน เพื่อนหลายคนเริ่มพูดคุยกับเพื่อนมากขึ้น เพื่อนหลายคนยังมีพฤติกรรมเท่าเดิม ซึ่งก็ต้องคอยปรับคอยพัฒนาไปต่อไป การไปทัศนศึกษาในครั้งนี้เป็นการเที่ยวที่ไม่ใช่เพียงเที่ยวในสถานที่ต่าง เที่ยวในภายนอก เเต่เที่ยวในครั้งนี้เป็นการเที่ยวใจใน ใจของเพื่อน ใจของตนเอง ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น กิจกรรมนี้เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะเปิดใจคุยกัน  ทุกช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียนเราสามารถคุยกันอย่างนี้ได้ บทเรียน สิ่งที่ทุกคนเปิดใจในวันนี้ให้เก็บไปคิดใคร่ครวญลองดูให้ดีดี ว่า เพื่อน มีความหมายว่าอย่างไร ? ...