การมาวัด. คือ การต่อสู้

ทุกวันศุกร์ กว่าจะต่อรองกับจิตให้มาวัดได้

วันไหนดูท่าทางจะแย่. ครูก็ออกแรงดึงลาก และย้ำเรื่องสัจจะ

เมื่อวานก็ว่าวางแผนดีแล้ว แต่ก็เสร็จกิเลสไปเป็นชั่วโมง ๆ

ร้อยแปดข้ออ้างที่ดูดี แต่ถูกกิเลสหลอก

จากตนเอง ผ่านไปสู่เด็ก ๆ. โทรเช็ค ดูเหมือนเด็กก็อาการไม่ค่อยต่างกัน

บอกยาย ๆ ด้วยข้ออ้างต่างๆ ครูโทรมาชี้ทาง

ปรับใหม่ใช้ ขนมมาเป็นเรื่องราว ดึงใจเด็ก ๆ กระตุ้นให้ยายเจรจาต่อรอง จนท้อแล้วหล่ะ

เพราะโทรไปแห่งละสองรอบ ไม่มีอะไรคืบหน้า

เหลือสุดท้าย จะขับรถไปเองครูโทรมากระตุ้น

ประสานใหม่ ได้เรื่องว่า 2 คน ยายไปส่งที่วัด คือ มดแดงกับตาล เหลือบิว ที่จะไปทำธุระ

สุดท้ายครูชี้ให้ ไปแวะรับดูก่อน

พอถึงบ้านบิว ญาติ ๆ เฮกันอย่างดีใจ เพราะพ่อเปลี่ยนแผน จะไม่พาบิวไปธุระด้วย

เลยกะจะไปวัดรุ่งเช้าแต่ถ้ามีคนมารับก็จะไปวัดวันนี้

เป็นการเดินทางแบบ ช๊อต ต่อช๊อต ที่ต่อกรกับกิเลสของแต่ละคน

ในความไม่ชอบใจ ของกิเลส บางทีถ็ถูกระบายออกมาด้วยน้ำตา

แต่หน้าที่ก็คือ หน้าที่

หนูไม่ได้สู้อยู่คนเดียวหรอก ทุกคนที่ก้าวเดินมาเส้นทางนี้

เดินสวนกระแสอยู่เช่นนี้

ทุกท่าน คือ เพื่อนร่วมทาง

และเพื่อนร่วมทาง อันเป็นกัลยาณมิตรที่ยิ่งใหญ่ของหนู คือ ครูกะปุุ๋ม

การใข้ชีวิตของท่าน ตอบโจทย์ที่ใจนี้ถึงกคำว่า "กัลยาณมิตร."

มิตรไม่จำเป็นต้องตามใจ

แต่มิตรจะนำทางไปในทางถูกตรง

และมั่นคงในเส้นทางที่จะยกระดับจิตใจให้พ้นภัย