โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลที่มีสองฝั่งใหญ่ คือ ฝั่ง rehab กับฝั่ง extended care คนไข้ที่อยู่ก็จะอยู่กันนานๆ บางคนหายดีพอที่ญาติจะดูแลที่บ้านได้แล้วก็กลับ แต่มากกว่าครึ่งก็อยู่จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

วันนี้ไปช่วยงานออกตรวจสุขภาพช่องปากที่โรงพยาบาลแห่งนึงในเมืองแวนคูเวอร์ มาค่ะ ที่นี่เป็นกึ่งๆโรงพยาบาลกึ่งบ้านพักคนชรา คือ เนื่องจากคนไข้admitอยู่กันนานมาก เค้าเลยพยายามทำให้โรงพยาบาลมีความเป็นบ้านมากขึ้น

ทาง UBC Geriatric Dentistry Program จะมาตรวจที่นี่ประมาณเดือนละครั้งคือรวมคนไข้ใหม่ที่เพิ่ง admit ในเดือนนั้น (ที่นี่มีกฎหมายว่าทุกคนต้องมี individualised mouth-care plan at admission และต้องได้รับการตรวจปีละครั้ง)

ทุกคนที่ให้ consent ก็จะได้รับการตรวจเป็น baseline แล้วเราก็ดูว่าต้องรักษาอะไรไม๊ ถ้ามีก็รักษา ถ้าไม่มีก็รอครบปี ทุกคนก็จะได้รับการตรวจประจำปีอีกครั้ง (recall)

ลองมาดูรูปกันนะคะ

ทางเข้า

ทางเข้าค่ะ พนักงาน หรือ ญาติคนไหนไอหรือมีไข้ห้ามเข้า เพราะผู้สูงอายุนั้นถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ทีร้ายแรงมากอาจถึงชีวิต

คนไข้ที่นี้มีทั้งคนขาว และ เอเชีย สังเกตที่ป้ายนั้นจะมีสี่ภาษา คือ อังกฤษ จีน เวียดนาม แล้วก็แขกปันจาบ (panjabi) 

nurse station - halloween

Nurse Station ตกแต่งเตรียมวันฮัลโลวีนเต็มที่ค่ะ

ลินดา กับ จามาล

ผู้ช่วย กับ หมอ (ทันตแพทยประจำบ้าน) ยิ้มให้กล้องหลังเลิกงาน

ห้องนี้เป็นห้องกายภาพบำบัดค่ะ สังเกตจากเครื่องไม้เครื่องมือด้านหลัง โรงพยาบาลนี้ไม่มีห้องฟัน เราก็อาศัยห้องไหนก็ได้ค่ะ ไว้เป็นห้องฟันชั่วคราว หลายๆครั้งคนไข้มาที่ห้องนี้ไม่ได้เพราะนอนบนเตียงตลอด เราก็ไปตรวจถึงข้างเตียง เดินสายบริการถึงที่ 

เครื่องมือ

รถเข็นสำหรับเดินสายค่ะ ก็มีชุดตรวจ มาส์ก ถุงมือ ยาเจลฆ่าเชื้อโรค ถุงสำหรับเครืื่องมือที่ใช้แล้ว ก็อารมณ์เดียวกับเวลาออกหน่วยที่บ้านเราหน่ะค่ะ

ด้านล่างของรถเข็นคือแฟ้มคนไข้ของทางโรงพยาบาลค่ะ (หนาเตอะเลย) โรงพยาบาลนี้ยัง paper-based หมดค่ะ บางโรงพยาบาลในแคนาดาเป็นระบบดิจิตอล เอาเข้าฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์หมด แต่ที่นี่ยังเป็นแบบดั้งเดิมค่ะ

วิธีขนของมาออกหน่วย ก็เหมือนบ้านเราค่ะ ใส่กล่องพลาสติกมา

hallway

ทางเดินภายในโรงพยาบาล ตกแต่งเตรียมวันฮัลโลวีน

--------------------------------------------------------------------- 

วันนี้มัทนาเป็นอาสาสมัครค่ะ (ไปดูงานเตรียมที่จะเข้าเป็นทันตแพทยประจำบ้านปีหน้า) ก็มีหน้าที่ไปตามหาคนไข้ เข็นรถเข็นมาห้องตรวจชั่วคราว, หรือไปหาดูว่าคนไหนต้องไปตรวจข้างเตียง, เขียน chart บันทึกผลการตรวจ ไม่มีอะไรมากค่ะ เป็นการเรียนรู้จากการสังเกต

วันนี้ดูคนไข้ไป 12 คน 

5 คน ใส่ฟันปลอมทั้งปาก มีคนนึงไม่มีฟันแล้วแต่ ไม่ยอมใส่ฟันปลอม ทีเหลือก็มีฟันธรรมชาติ ผุมั่ง  มีคราบจุลินทรีย์มั่ง เป็นโรคเหงือกมั้ง มีแผลในปากเพราะแพ้ยา 1 คน แผลเพราะฟันปลอมกดอีกสองคน

ผู้สูงอายุรุ่นนี้ (อายุ 70 ขึ้นไป) สุขภาพช่องปากไม่ค่อยต่างจากคนไทยค่ะ

แต่ถ้ารุ่นอายุ 65 ลงมานี่เริ่มต่างจากคนไทยโดยรวมทั้งประเทศแล้ว เพราะมีครอบ มีสะพาน ฟันหลอน้อย ถ้าใส่ฟันปลอมทั้งปากก็มีรากเทียมค้ำยึดอยู่ให้เห็นมากขึ้น

เหมือนจะเป็นที่น่าดีใจนะคะ แต่คิดดูว่าถ้าคนเหล่านี้ (มีงานทันตกรรมในปากมากมาย จ่ายเงินมามาก ใช้เวลามามาก) พอร่างกายอ่อนแอ มีโรคประจำตัวที่ยามีผลข้างเคียงทำให้ปากแห้ง คอฟันผุ ติดเชื้อง่าย ไม่มีแรงแปรงฟัน แต่ก็ไม่มีคนแปรงให้อย่างทั่วถึง จากที่น่าดีใจก็กลายเป็น น่าหวั่น และ น่าพึงระวังอย่างยิ่งค่ะ