7 ตุลาคม 2555 ด้วยความกังวลเรื่องลมยางรถยนต์ทำให้ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ ค่อยๆ ย่องลงจากเตียงที่นุ่มยวบยาบตามสไตล์อเมริกัน

แสงไฟจากระเบียงลอดเข้ามาในห้องมองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจน ผมเข้าห้องน้ำพยายามไม่ให้มีเสียงดัง แต่พอเปิดประตูออกมา พี่สาวและภรรยาก็ตื่นแล้ว

เราออกจากโรงแรมราวหกโมงครึ่ง อากาศลาสเวกัสไม่ถึงกับหนาวใส่เสื้อยืดและแจ๊คเก็ตก็สบายๆ ผมใช้ GPS จาก iPad หาสถานีบริการน้ำมัน และร้านเปลี่ยนยางรถยนต์ ที่อยู่ใกล้โรงแรมที่สุด

ผมนำ Ford Explorer ที่ล้อหน้าข้างขวาไม่มีลมไปถึงร้านยางตามที่ GPS บอก แต่ต้องใจหายวาบ ร้านปิดวันอาทิตย์

ใกล้ๆ ร้าน มีปั๊มน้ำมัน แต่ปั๊มก็ปิด ยังดีที่ปั๊มเติมลมยังเปิดให้ใช้ได้ ผมนำรถเข้าไปใกล้ๆ หัวปั๊มลม ลงจากรถใช้เงินเหรียญ 1 ดอลล่าร์ หยอดแล้วนำสายลมมาเติม แต่เงินหมดแล้ว ลมยางก็ยังไม่ได้ที่ต้องหยอดเหรียญเพิ่มอีก

ขณะที่ผมกำลังเก้ๆ กังๆ อยู่นั้น ก็มีหนุ่มคนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นเม็กซิกัน หุ่นพอๆ กับผม สีผิวคล้ำกว่าผมหน่อย อายุราว 40 เศษ เดินเข้ามาบอกจะช่วย ผมขอบคุณแล้วส่งที่เติมลมให้เขา แพล๊บเดียวลมยางก็ได้ที่ ไฟบอกลมยางอ่อนดับลง

เขาบอกผมด้วยว่า ร้านเปลี่ยนยางที่เปิดแถวนี้มีเพียงร้านเดียว อยู่ห่างจากปั๊มน้ำมันราว 5 นาที ตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่จะออกนอกเมืองไปเขื่อนฮูเวอร์นั่นเอง

ผมขอบคุณเขา แล้วขอให้พี่สาวผมสมนาคุณเขา 5 เหรียญ เพราะผมไม่มีแบงค์ย่อย ฮ่าๆ แต่พี่สาวผมให้เขาไป 10 เหรียญ เขาดีใจมากโบกมือลาพวกเราด้วยความดีใจ เขาหารู้ไม่ว่า พวกเราดีใจมากกว่าเขาเสียอีก

ไม่ถึง 5 นาที ด้วยซ้ำ ผมก็พารถไปถึงร้านยาง โชคดีที่ไม่มีลูกค้า เจ้าของร้านยังหนุ่ม มีช่างเป็นชาวเม็กซิกัน 2 คน วัยกลางคนและหนุ่มวัยรุ่น

ผมขอให้เปลี่ยนยางทั้งสี่ล้อ เอายี่ห้อเดิม เจ้าของร้านบอกว่า ที่ร้านไม่มี ต้องไปซื้อที่ร้านอื่น ซึ่งวันนี้ซื้อไม่ได้ร้านปิด เพราะเป็นวันอาทิตย์ ต้องใช้ยี่ห้อที่ร้านเป็นตัวแทนเท่านั้น ซึ่งผมไม่เคยได้ยินชื่อเลย

เขาบอกว่า ยี่ห้อนี้ก็ดี แม้ว่าชื่อเสียงจะดังน้อยกว่า แต่เขามีรับประกัน 1 ปี และราคาก็ถูกกว่าด้วย เส้นละ 120 เหรียญ รวมเป็น 480 เหรียญ เขาลดราคาให้ เหลือ 450 เหรียญ ผมไม่มีทางเลือกก็เลยตกลง

เกือบ 11 โมง เราถึงได้ออกเดินทางจากร้านยาง มุ่งหน้าสู่เขื่อนฮูเวอร์

อ่านตอนที่ผ่านมา : เที่ยวอเมริกา : แสงสีของ Fremont Street Experience