ข่าวมติชนออนไลน์ 22 มค. 57

..------------------------------------------------------------------------

      ต่อมาเวลา 13.00น. ได้มีกลุ่มนักเรียนเอกชน จากโรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ โรงเรียนปัญญาวิทย์ โรงเรียนพรศิริกุล และโรงวัดทุ่งหินผุด กว่า 4,000คน ตั้งขบวนภายในโรงเรียนก่อนที่เคลื่อนขบวนประท้วงขับไล่ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ไปตามถนนรอบเขตเทศบาลนครตรัง โดยมีแกนนำกลุ่ม กปปส.ตรัง ขึ้นรถปราศรัยโจมตีขับไล่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทรรราชย์ อย่างดุเดือดเดือด

.......ทั้งนี้ทางแกนนำกลุ่ม กปปส.ตรัง กล่าวว่า การแสดงออกของนักเรียนจังหวัดตรัง ในวันนี้ เป็นพลังที่ขาวสะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากอามิสสินจ้างใดๆ โดยได้เรียนรู้เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ........

-------------------------------------------------------------------------------------------------.         ข่าวข้างบนทำให้คิดถึงประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของไทยที่ตนเองก็มีส่วนร่วมเหมือนกัน เป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังต่อสู้ในศาลโลกกับเขมรเพื่อความเป็นเจ้าของเขาพระวิหาร เสียดายที่ไม่ได้จำวัน/เดือน/ปี จำได้ว่าตนเองกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาที่เพชรบุรี (2506-2509) จำได้ว่าครูประจำชั้นเรียกไปเข้าแถวพร้อมกับชั้นอื่น ๆทั้งโรงเรียน เมื่อพร้อมกันแล้วทั้งหมดก็ออกเดินจากโรงเรียนอย่างเป็นระเบียบไปตามถนนสายสำคัญในตัวเมืองเพชรบุรี พบกับขบวนของโรงเรียนอื่น ๆ ประชาชนออกมาดูตามข้างถนนเหมือนดูแห่นักเรียน เรื่องข้อพิพาทเขาพระวิหารเพิ่งมาเรียนรู้และเข้าใจอะไรมากขึ้นก็เมื่อเร็ว ๆนี้ที่เขมรยื่นฟ้องศาลให้ตีความอีกครั้ง และมีคำพิพากษาแล้วที่ทำให้คนไทยรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังมีงานต่อเนื่องให้ติดตามกันต่อไป

    การเดินขบวนครั้งนี้มีการบริจาคเงินให้รัฐบาล 1 บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้ในศาลโลก เป็นการเดินขบวนเงียบ ๆ
ไม่มีการด่าทอเขมร ไม่มีการโห่ร้อง ปลุกระดมให้โกรธเกลียดเขมร ไม่มีป้ายประนามใคร กล่าวได้ว่าพวกเด็ก ๆ
ไม่ได้เรียนรู้ว่าทำไมจึงต้องมาเดินขบวน ประวัติความเป็นมา แผนที่เขาพระวิหารใครทำ ใครมีส่วนทำให้เขาพระวิหารตกเป็น
ของเขมร (ไม่แน่ใจว่าคุณครูทราบดีหรือไม่) วันนี้เกิดอยากรู้เหตุผลในการใช้นักเรียนเดินขบวนในครั้งนั้นขึ้นมาจริง ๆ
ต้องการสื่อให้เขมรรู้ว่าแม้กระทั่งเด็ก ๆ ก็ไม่เห็นด้วยพร้อมต่อสู้ ต้องการให้เด็กเกิดความรู้สึกชาตินิยม ต้องการเงินบริจาค
หรือเหตุผลใด.....

       ถ้าการเดินขบวนของเด็กนักเรียนโรงเรียนเอกชนในข่าวข้างบนครั้งนี้เกิดจากการที่เด็กได้ทราบข้อมูลอย่างถูกต้อง รอบด้าน และตัดสินใจเองที่จะออกมาทำกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลก็ถือว่าเป็นสิทธิและความต้องการของเด็กเอง และอาจจะถือว่าเป็น

พลังที่ขาวสะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากอามิสสินจ้างใดๆ อย่างที่แกนนำว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่แกนนำไปนำขบวน

.... เชื่อว่าเด็กจำนวนมากใน 4000 นั้นแค่ทำตามที่ผู้ใหญ่บอก แต่ในข่าวบอกว่าแกนนำปราศัยโจมตีขับไล่นายก ฯ อย่างดุเดือด

ก็อาจทำให้เด็ก ๆเชื่อตามนั้นโดยไม่คิดวิเคราะห์ (ซึ่งเป็นทักษะที่เด็กส่วนใหญ่อ่อนมากตามผลการประเมินระดับประเทศ)

เราจะสอนเด็กให้เรียนรู้การเมืองการปกครอง ประชาธิปไตย เผด็จการกันแบบนี้หรือ กำลังสอนประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนก่อ

ให้เกิดความเกลียดชังในหัวใจที่บริสุทธ์ ....คำนึงถึงผลกระทบ ผลตกค้างระยะยาวกันบ้างหรือไม่ แล้วเมื่อไรจะเกิดความเข้าใจ

ความรัก ความไว้วางใจ ความสามัคคีระหว่างคนในชาติที่ต้องการ

     ผู้ใหญ่ทั้งหลายควรปล่อยให้เด็กได้ทำหน้าที่ของเด็ก ยังไม่ถึงเวลาที่จะเอาเด็กมาแปดเปื้อนกับเรื่องการเมืองของ
ผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยมีแต่ความขัดแย้งอันเนื่องมาจากอำนาจและผลประโยชน์ ควรเอาอย่างกรณีที่ สามี-ภรรยาหลายคู่
ที่แตกแยกเลิกลากันไป ก็สามารถเลี้ยงดูบุตรได้อย่างดี น่าชื่นชม โดยบุตรก็ยังเคารพรักทั้งพ่อและแม่อยู่อย่างเดิม
นั่นแสดงว่าทั้งพ่อและแม่ไม่ได้พูดหรือกระทำให้ลูกเห็นว่าอีกฝ่ายเลวร้ายอย่างไร เด็กควรจะอยู่ฝ่ายตนเท่านั้น
เพราะเรื่องระหว่างเขาทั้งสองอาจซับซ้อนยากแก่การเข้าใจของเด็ก