วันนี้วันพระ

  

   อีเมล์ที่ทำงานเต็มไม่สามารถรับเมล์ใหม่ๆใหญ่ๆได้ เช้าวันนี้จึงนั่งเลือกลบเมล์เก่าๆเมื่อปีที่แล้วทิ้ง เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมของปีที่แล้ว แต่มีเมล์หนึ่งระบุวันเดือนปี 02/10/2010 ผู้ส่งคือผู้เขียนเอง เมื่อคลิกเข้าไปจึงรู้ว่าส่งจากเครื่องคอมฯที่บ้านเพื่อมาเก็บไว้ในเมล์ที่ทำงาน 

   และเป็นบันทึก จิตประภัสสร (รวมคำบรรยายของท่านพุทธทาส)ของคุณณัฐรดา กัลยาณมิตรในGotoknowแห่งนี้นี่เอง เป็นบันทึกที่น่าสนใจใฝ่เรียนรู้มาก

   บังเอิญวันนี้เป็นวันพระผู้เขียนจึง ขออนุญาตคัดนำมาเผยแผ่เพื่อเป็นธรรมทาน สักเล็กน้อยดังนี้

 ความหมายของ “จิตประภัสสร”
 หมายถึงจิตเดิมแท้ที่ยังว่างอยู่ ยังไม่ถูกอะไรปรุงแต่ง ยังไม่ถูกหุ้มห่อด้วยกิเลส ไม่ถูกหุ้มห่อด้วยผลของกิเลส คือความดี ความชั่ว เป็นต้น เหมือนอย่างเพชร มันมีรัศมีในตัวมันเอง มันเรืองแสงของมันได้ เหมือนอย่างจิตเดิมแท้ประภัสสร แต่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ มันจึงเปลี่ยนแปลงได้ มันจึงต้องมีการอบรมจนเป็นประภัสสรที่ถาวร ชนิดที่ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งให้เปลี่ยนแปลงได้
(พุทธทาสภิกขุ พจนานุกรมธรรมของท่านพุทธทาส ธรรมสภา กรุงเทพ หน้า 144)
ประภัสสร
แปลว่า ซ่านออกแห่งรัศมี ประภา = รัศมี สะระ = ซ่านออกมา คือไม่มีมลทิน แต่มันอยู่ในลักษณะที่มลทินมาจับได้ มาครอบได้ เศร้าหมองได้ ก็เป็นทุกข์ได้ อบรมจนมลทินจับไม่ได้
(พุทธทาสภิกขุ พจนานุกรมธรรมของท่านพุทธทาส ธรรมสภา กรุงเทพ หน้า 143)
 
สิ่งที่เรารียกว่าจิตเดิมแท้ ที่เป็นตัวเดียวกันกับปัญญา เราหมายถึงจิตที่ว่างจากการยึดถือมั่น
(พุทธทาสภิกขุ พจนานุกรมธรรมของท่านพุทธทาส ธรรมสภา กรุงเทพ หน้า 51)

@ จิตเสียความประภัสสรได้อย่างไร
....มาศึกษาให้รู้ให้เห็น ตามที่เป็นจริงว่า “เรา” ประกอบขึ้นมาด้วยอวิชชาทีไร จิตใจนี้ก็มีตัวตน และมีของตนขึ้นมา และมีความทุกข์ขึ้นมาทุกที ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า สิ่งที่เรียกว่า กิเลส หรือ ความทุกข์ นี้ ไม่ใช่เกิดอยู่เป็นพื้นฐาน สิ่งที่เรียกว่า กิเลส หรือความทุกข์นี้ เพิ่งเกิดเป็นครั้งคราว พระพุทธเจ้าท่านจึงตรัสว่า “ปภสฺสรมิทํ ภิกฺขเว จิตฺตํ” ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ประภัสสร “อาคนฺตุเกหิ อุปกิเลเสหิ อุปกิลิฏฺฐํ” แต่ว่าจิตนี้เศร้าหมองแล้ว เพราะกิเลสที่เป็นอาคันตุกะเข้ามา
พุทธทาสภิกขุ วิธีชนะความตาย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ กรุงเทพ (หน้า 28)

อบรมจิตให้ประภัสสรได้อย่างไร
 จิตตภาวนาแปลว่าทำจิตให้เจริญ : คำว่า “ภาวนา” นี้ แปลว่าทำให้เจริญ! จิตตภาวนาคือวิธีการอันหนึ่งที่จะทำจิตให้เจริญ ; เจริญไปถึงไหน? เจริญถึงขนาดที่ว่า ทำอย่างไรจิตนี้ไม่เป็นที่ตั้งแห่งการเกิดของกิเลสอีกต่อไป! การที่ประพฤติพรหมจรรย์ : ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นแหละเป็นจิตตภาวนา, ทำให้จิตนี้ถึงสภาพประภัสสรชนิดถาวร ไม่กลับเป็นที่ตั้งแห่งกิเลสอีกต่อไป. กิเลสก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นแก่จิตนั้น, ความเป็นประภัสสรของจิตนั้นก็เป็นการถาวร : ประภัสสรชนิดนี้เป็นจิตของพระอรหันต์ ; ประภัสสรที่ยังกลับเศร้าหมองได้นั้นเป็นจิตของบุคคลทั่วไป : เมื่ออบรมกระทำจนจิตกลับเศร้าหมองอีกไม่ได้ หรือจิตนั้นไม่เป็นที่ตั้งแห่งการเกิดของกิเลสอีกต่อไป, ก็เป็นประภัสสรถาวร นี้คือจิตของพระอรหันต์
(พุทธทาสภิกขุ จิตนี้ประภัสสร สำนักพิมพ์สุขภาพใจ กรุงเทพ หน้า 45-46)

   วันนี้วันพระ ทำจิตใจให้เบิกบาน

   ปล่อยวางเรื่องเศร้าหมอง

   ก็มองเห็นความสุข สงบ ได้ไม่ยากเลย....

.................

15 มกราคม 2557

พ.แจ่มจำรัส

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลมหายใจ หนุ่มโรงงาน



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

เช้าวันนี้(15/1/57) ตั้งใจว่าจะไปทำบุญที่วัด แต่เนื่องจากตอนตี 3 กว่าๆ ผมพาเพื่อนบ้านไปโรงพยาบาลสันกำแพงแบบฉุกเฉิน กลับมาถึงบ้านตอนตี 5 กว่าๆ (ส่วนคนไข้หมอให้นอนที่โรงพยาบาล) เห็นยังมืดอยู่ก็เลยมุดเข้าไปซุกใต้ผ้านวมอุ่นๆ หลับต่ออีกสักงีบ กะว่าสัก 6 โมงเช้ากว่าๆ จะได้มีแรงไปวัด....แต่ที่ไหนได้ มารู้ตัวอีกครั้งก็ตอน 08.30 น. ซึ่งญาติโยมกำลังทะยอยกลับมาจากวัดพอดี.....แป่ววววววววววววววววววววววววว

จิตเป็นกุศล ก็ได้บุญคะ

เขียนเมื่อ 

สวีสดีครับคุณ อักขณิช

หนานเพลิน สบายดีนะครับ ได้พาคนป่วยไปโรงพยาบาล นั่นเป็นบุญแล้วครับ

ได้หลับงีบหนึ่งนั้นคงเป็นอานิสงค์แห่งบุญเป็นแน่แท้...55

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ผอ.

อัญชัญ ครุฑแก้ว

วันนี้วันพระขอให้จิตว่าง สงบ นะครับ

อ้อ แกนกระดาษ สะสมใกล้จะได้พอส่งแล้วล่ะครับ..รอหน่อยนะครับ