เมื่อวานดิฉัน  จูนคลื่น QA_KM ใน NU_AHS 1 จนได้ความถี่ที่ตรงกับเสียงร้อง... สมศ.จะมาประเมิน  สมศ.จะมาประเมิน  ชัดขึ้น ชัดขึ้น แล้วใช่ไหมค่ะ ?

           มาดูกันซิว่า แล้วคณะสหเวชฯ มน. ตอนนี้ มีสภาพเป็นอย่างไร

          จากการประเมินคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปีการศึกษา 2544 ถึงปีการศึกษา 2548 ที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ   ในด้านกระบวนการดำเนินงานตามพันธกิจต่างๆ (PART A) ดูจากกราฟแล้ว ไม่น่าเป็นห่วงค่ะ เพราะไต่ระดับขึ้นจนเกือบถึงชั้นบนสุดแล้ว

          ส่วนผลการดำเนินงานที่เน้นผลลัพธ์ version 1  เมื่อครั้งที่เชิญผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาประเมิน เมื่อวันที่ 20 - 21 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมานั้น  คณะฯ ถ่วงน้ำหนักตัวบ่งชี้ในแต่ละมาตรฐานตามความพอใจของตนเอง  ผลที่ได้ ดังตารางข้างล่างนี้

          จาก 7 มาตรฐาน 41 ตัวบ่งชี้

  1. ได้คะแนนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักทุกมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 4.02  ซึ่งมากกว่า 3.51 (ไม่ต่ำกว่าระดับดี)
  2. มี 5 มาตรฐานใน 7 มาตรฐาน (3 ใน 4) ที่ได้คะแนนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักอยู่ในระดับ ดีถึงดีมาก (3.51 – 5.00) โดยคะแนนต่ำสุดเท่ากับ 4.15 และสูงสุดเท่ากับ 5
  3. ไม่มีมาตรฐานใดที่ได้คะแนนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุง (1.00-1.50)

          ครบตามเกณฑ์ที่ สมศ. กำหนดไว้  3 ข้อ  จึงอยู่ในข่ายได้รับการรับรองตามมาตรฐานคุณภาพ สมศ.  (โล่งอกไปที)

          อย่างไรก็ตามยังมีมาตรฐานด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม  ที่ได้คะแนนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากับ  3.40  อยู่ในระดับพอใช้  (2.51-3.50)

          และมาตรฐานด้านงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ได้คะแนนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากับ  1.86  อยู่ในระดับควรปรับปรุง (1.51-2.50)  

          แต่......ถ้าถ่วงน้ำหนักตัวบ่งชี้ใหม่  โดยใช้เกณฑ์เดียวกันในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (version 2) คะแนนที่ได้จะต่ำลง คือ จาก 4.02 เป็น 3.82  ฉิวเฉียดเส้นยาแดง เกิน 3.51 มาไม่กี่แต้ม โชคดีที่ยังครบตามเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อของ สมศ. เหมือนเดิม  ดังตารางข้างล่าง 

 

          เนื่องจากผลงานด้านวิจัย เป็นตัวการสำคัญของการฉุดคะแนนรวมให้ร่วงลง  และแหล่งที่มาคือคณาจารย์ทุกท่านในภาควิชาต่างๆ นั่นเอง  ดังนั้นดิฉันจึงนำผลการประเมินของภาควิชา ตั้งแต่ปี 46 - 48 มาสร้างเป็น "ธารปัญญา"

          เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นว่า ตั้งแต่ปี 46 ถึง 48 แม้ลำธารแนวฝั่งล่างจะขยับสูงขึ้นเกือบตลอดแนว แต่จุดที่ไม่มีอาการดีขึ้นเลย คือ พัฒนาการด้านงานวิจัย   

          ดิฉัน นำเส้นชีวิตของภาควิชาทั้ง 4 ในธารปัญญาของปี 48 ล่าสุด มาเปรียบเทียบให้ดูด้วย

          และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ดิฉัน เรียนเชิญ หัวหน้าภาควิชาทั้ง 4 ภาค พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานเลขาฯ มาแถลงผลงานที่ผ่านมาว่า ทำอะไรไปบ้างในอันที่จะสนองวิสัยทัศน์ของคณะ  และยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยทั้ง 6 ด้านของมหาวิทยาลัย  พร้อมทั้งนำเสนอผลประเมินล่าสุด และยุทธศาสตร์ในการปรับปรุงและพัฒนาให้ก้าวหน้าในปีงบประมาณ 2550