งานบุคคลเป็นงานที่สามารถหาผลประโยชน์

        งานบุคคลเป็นงานที่สามารถหาผลประโยชน์และมีอำนาจ...บางคนชอบพูดประโยคนี้...สำหรับตัวฉันคิดว่า...อาจใช่และอาจไม่ใช่...อาจใช่นั้นหมายถึงคน ๆ นั้นที่มีนิสัยแสวงหาผลประโยชน์และอำนาจ...อาจไม่ใช่นั้น หมายถึง คน ๆ นั้น เมื่อทำงานแล้วไม่มีนิสัยที่จะหาผลประโยชน์และมีอำนาจ...

      สำหรับตัวของฉันแล้ว ฉันเป็นประเภทหลังมากกว่า...ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิดและปฏิบัติในการแสวงหาผลประโยชน์ในหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ เกือบ ๒๖ ปี ฉันทำงานบุคคลด้วยความโปร่งใสมาตลอด แม้แต่ได้ข่าวการเรียกเงินในการสอบบรรจุ ฯ...เมื่อได้ยิน ได้ฟัง ก็ได้แต่สมเพช...หมดปัญญาหาเงินกันแล้วหรือไร?...เงินเดือนที่เป็นภาษีประชาชนไม่พอใช้รึ?...น่าอนาจใจ รัฐจ้างให้มาทำงานให้ แต่กลับใช้อำนาจ หน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบไปในทางที่ผิด...

      จากที่ฉันได้ทำงานด้านบุคคลนี้ ฉันเห็นช่องทางมากมายในการหาผลประโยชน์...แต่ฉันไม่เคยคิด...แต่กลับหาทางช่วยกันอุดช่องทางนี้เสียอีก เวลาทำงานในฐานะที่เป็นผู้บริหาร ฉันต้องคอยบอก คอยเตือน คอยแนะนำให้กับน้อง ๆ ว่า ต้องระวัง ให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสให้มากที่สุด...คนภายนอกอาจมองว่า...ใครที่ทำงานด้านบุคคลแล้วจะต้องมีการแสวงหาผลประโยชน์...แต่ฉันไม่สนใจ ฉันรู้แต่ว่า...ตัวของฉันได้ทำหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบดีที่สุดแล้ว...เพียงแค่เงินเดือนพร้อมกับเงินประจำตำแหน่งที่รัฐให้ฉันมา มันก็เพียงพอ ๆ ต่อหน้าที่และตำแหน่งที่ฉันได้ดำรงอยู่ ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาผลประโยชน์จากงานในหน้าที่

      การแสวงหาผลประโยชน์นี้...ในความคิดของฉัน ๆ คิดว่า...ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลมากกว่า อยู่ที่ว่าใครต้องการและใครไม่ต้องการแสวงหา ฯ...อีกเรื่องหนึ่ง คือ อำนาจ ก็มีบางคนอีกนั่นแหล่ะว่า...งานบุคคลชอบใช้อำนาจ...แต่ในความคิดของฉันก็อีกนั่นแหล่ะว่า การใช้อำนาจนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน...สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้ว่าเขาใช้อำนาจหรือไม่...แต่สำหรับตัวของฉัน ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจ และไม่เคยคิดที่จะใช้ ส่วนมากฉันจะใช้ "ใจ" ของฉันมากกว่า...เพราะอำนาจมันอยู่ในตำแหน่งที่ฉันได้รับอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปใช้อำนาจกับใคร ๆ เขา...ในการทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการกองบริหารงานบุคคลนั้น "อำนาจ" จะอยู่ในตำแหน่งงานที่ฉันได้รับมอบหมาย และต้องใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่นำไปใช้เรื่อยเปื่อย...

      การทำงานด้านบุคคลนั้น ต้องมีหลักคุณธรรมติดอยู่ประจำตัวด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนที่ใช้อำนาจมากเกินไปในการทำงาน...สำหรับตัวของฉัน ๆ ใช้หลักคุณธรรมในการทำงานมากกว่าการใช้อำนาจ...ฉันใช้ "ใจ" ในการทำงานมากกว่าการใช้อำนาจในการทำงาน...แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะนำสิ่งใดไปปฏิบัติ...

      จากที่ฉันได้เล่ามาข้างต้น ฉันก็หวังว่า...เด็กรุ่นหลัง ๆ ที่เข้ามาทำงานด้านบุคคล ก็ต้องทำให้ได้ ทำใจที่จะไม่รับสินบน สินจ้างใด ๆ เพราะถ้าฝึกได้ ผู้ที่ได้กุศลทางใจไม่ใช่ใคร...ตัวของท่านเองนั่นแหล่ะ...เรียกว่า "กุศลทางใจ" อีกฝ่ายหนึ่งที่จะได้รับ นั่นคือ ประเทศชาติจะได้คนดี ๆ มีคุณธรรม เข้ามาช่วยทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป...และก็ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง ไม่หลงระเริงในอำนาจที่รัฐมอบให้ทำหน้าที่...

 

ขอฝากไว้ให้กับเด็กรุ่นต่อ ๆ ไป

และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ :):)

บุษยมาศ  แสงเงิน

๙ มกราคม ๒๕๕๗