เมื่อเดินทางออกจากบ้าน
ย่อมรู้สึกได้ว่า
เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสรรพสิ่ง.
โลกนอกบ้านกว้างใหญ่ไพศาล
เรามีสถานะเป็นคนแปลกหน้าต่อโลกใบนั้น
การมีใครสักคนเดินข้างๆ
ย่อมทำให้เรารู้สึกอบอุ่น และกล้าหาญที่จะเรียนรู้.
การเรียนรู้
เป็นสุนทรียะของการใช้ชีวิต.
ความอยากรู้อยากเห็น
บนหลักคิดของการเรียนรู้
ย่อมทำให้ชีวิตมีชีวิตชีวา.
ความสำเร็จของการใช้ชีวิต
มิได้อยู่ที่ระยะทางใกล้ –ไกล
หากแต่อยู่ที่เราค้นพบอะไรในระยะทางเหล่านั้น.
อิสระ
หรือเสรีภาพ
ล้วนปรารถนาให้เราจัดระเบียบด้วยกันทั้งนั้น.
ความงดงามจากการใช้ชีวิต
มิได้อยู่ที่ความหรูหรา เลิศเลอ
หากแต่บางเรื่องกลับปรากฏอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหาร
หรือไม่ก็ปรากฏอยู่กับห้วงของการเดินทอดเท้าเปลือยเปล่าบนสนามหญ้าเล็กๆ ในตัวบ้าน.
เรียนรู้ที่จะรักในความคิดของใครสักคน
เพราะนั่นคือกระบวนการหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง.
ทำไปบ่นไป
เป็นกระบวนการหนึ่งในการเยียวยา
และสร้างพลังให้กับตัวเอง.
การงาน
คือองค์ประกอบหนึ่งของการใช้ชีวิต
ทั้งเพื่อตนเองและคนรักของเรา.
การสนทนากับอดีตอย่างมีสติ
คือปฐมบทของการมองอนาคตอย่างแจ่มชัด.
การริเริ่ม
อาจมิได้สำเร็จในทันที
หากแต่อาจสำเร็จในยุคสมัยที่เราได้หลุดพ้นจากมันไปแล้ว.
ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร
หากต้องร่ำไห้ต่อการสูญเสีย.
แสดงความเคารพต่อการสูญเสีย
ผ่านหยาดน้ำตาที่ไหลรินจากหัวใจ.
แสดงความเคารพต่อการสูญเสีย
ผ่านแววตาอันหม่นเศร้า.
...
๘ มกราคม ๒๕๕๗
เที่ยงสู่บ่าย
มหาสารคาม
ชอบภาพนี้จัง
ชีวิต รู้ว่าจะใช้อย่างไร ไม่ให้ทุกข์มาก ก็สุขแล้ว นะคะ
...บทกลอนที่เตือนให้มีสติ เมื่อต้องพบกับความสูญเสียนะคะ
ความงดงามจากการใช้ชีวิต
มิได้อยู่ที่ความหรูหรา เลิศเลอ
หากแต่บางเรื่องกลับปรากฏอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหาร
หรือไม่ก็ปรากฏอยู่กับห้วงของการเดินทอดเท้าเปลือยเปล่าบนสนามหญ้าเล็กๆ ในตัวบ้าน.
ชอบบทนี้ที่สุดค่ะ
ขอให้ท่านอาจารย์เข้มแข็งและมีพลังในการสร้างสรรค์ความงดงามต่อไปนะคะ
มีดอกไม้มาฝาก..มีกำลังใจมามอบไว้ให้กัน...