ปีนี้เป็นปีที่เกษตรกรได้รับผลกระทบมากที่สุดอีกปีหนึ่ง จากที่ปกติชีวิตของเกษตรกรนั้นอยู่อย่างลุ่มๆ ดอนๆ อยู่แล้ว เพราะปีไหนหากฝนไม่ตกก็เกิดความแห้งแล้งซ้ำซาก ทำให้ผลผลิตเหี่ยวเฉาและตายในที่สุด แต่ถ้าปีไหนฝนตกหนักก็เกิดน้ำท่วมพัดพาผลผลิตทางการเกษตรจนเสียหายยับเยิน พอปีไหนฝนฟ้าเป็นใจ ปริมาณฝนตกที่พอดิบพอดี ไม่แล้ง ไม่ท่วม ปีนั้นราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำชนิดที่อยากแจกให้ฟรีให้รู้แล้วรู้รอด <p></p><p> นี่เป็นภัยที่มาจากธรรมชาติ แต่ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งตอนนี้เกิดขึ้นทางภาคใต้ในลักษณะที่คล้ายๆ กับส้มบางมดเมื่อ 30 ปีก่อน หรือสวนส้มที่หนองเสือ จ.ปทุมธานี เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ได้เกิดขึ้นกับพื้นที่ที่ไม่ใช่น้ำท่วมและไม่ใช่ฝนแล้ง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนเงาะโรงเรียนที่ จ.สุราษฎร์ธานี</p><p> ทางภาคใต้มีเงาะที่ดังๆ 2 สายพันธุ์ครับ เมื่อ 40-50 ปีก่อนถ้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องยกให้เงาะพันธุ์ “เจ๊ะมง” เป็นเงาะขนยาวสีแดง เนื้อหนาเป็นทราย กรอบ ล่อน และหวาน ตอนหลังราว 30-40 ปีที่ผ่านมา มีเงาะพันธุ์ใหม่มาตีตลาด ทำให้เงาะเจ๊ะมงสูญพันธุ์ไป เงาะพันธุ์ใหม่ที่ว่านี้ คือ “เงาะโรงเรียน” เป็นเงาะที่มีรสชาติหวานกรอบ ล่อน อร่อย ไม่ติดฟัน ถิ่นกำเนิดที่ อ.นาสาร จ. สุราษฎร์ธานี จึงทำให้สโลแกนของ จ.สุราษฎร์ธานีเขียนไว้ว่า </p><p> “เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ” จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เนื่องจากเป็นจังหวัดสำคัญอันดับต้นๆ ของภาคใต้ โดยเฉพาะคำว่า “เงาะอร่อย” </p><p> สุวรรณี บัณฑิตศักดิ์ ผู้สื่อข่าวเครือเนชั่น ประจำ จ.สุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้ชาวสวนเงาะโรงเรียนที่ อ.นาสาร หวั่นวิตกว่า คำขวัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อาจจะต้องปรับเปลี่ยนก็เป็นได้ เนื่องจากมีโรคประหลาดมาระบาดกับต้นเงาะโรงเรียน มีอาการลักษณะคล้ายส้มบางมด คืออยู่ดีๆทยอยยืนต้นตายโดยไม่ทราบสาเหตุ </p><p> ที่จริงโรคนี้เริ่มมา 2 ปีแล้ว เกษตรกรก็ดูอาการอยู่เหมือนกัน แต่ปีนี้ค่อนข้างหนัก คือจากเดิมทยอยตายทีละต้นสองต้น กลายเป็น 10 ไร่ 20 ไร่ และมีแนวโน้มลุกลามไปเรื่อยๆ หากรวมกันแล้วเจ้าโน้นบ้าง เจ้านี้บ้างก็เป็นร้อยๆ ไร่แล้วครับ โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ต้นเงาะจะทยอยตายมากกว่าช่วงอื่น ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนกันอย่างทั่วหน้า เพราะบางพื้นที่ยังไม่มีหน่วยงานใดไปให้ความช่วยเหลือ หรือช่วยหาสาเหตุให้ </p><p> อย่างของนายชยันต์ อุตตมางกูร อดีตประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนนาสาร อ.บ้านนาสาร ต้นเงาะโรงเรียนตายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ไร่ นายชยันต์ยืนยันว่า เคยร้องขอไปยังนักวิชาการ สำนักงานเกษตรจังหวัด และนักวิชาการกรมส่งเสริมการเกษตร ให้นำตัวอย่างดินไปตรวจสอบ และได้รับคำตอบว่า “ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน” เพียงสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการทับถมของดินจากน้ำท่วมหนักในปี 2531 </p><p> ล่าสุดทราบมาว่า ทางเกษตรจังหวัดได้ส่งดินไปให้ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงทราบว่า สาเหตุการตายของต้นเงาะใน อ.บ้านนาสารนั้น เกิดจากการใช้สารเคมีในปริมาณที่มากเกินไปจนสะสมกันมาหลายปี และตกค้างในดินจึงทำให้ต้นเงาะทยอยตาย ทางออกต้องเร่งฟื้นฟูสภาพดิน ต้องใช้เวลา 4-5 ปี น่าจะดีขึ้น</p><p> น่าเป็นห่วงครับ เพราะนี่คือสัญญาณเตือนให้ทราบเป็นนัยๆ ว่า หากปล่อยไป เงาะโรงเรียนที่มีแหล่งกำเนิดที่อำเภอนาสาร จะเหลือแต่ชื่อเหมือนกับส้มบางมดนั่นล่ะครับ </p><p>แหล่งที่มาของข้อมูล หนังสืพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ Biz Week ฉบับที่ 123 ปีที่ 2 ระหว่าวันที่ 20 -26 ตุลาคม 2549</p>
สัญญาณอวสานเงาะโรงเรียน
อะโกรเทค
ได้เห็นชื่อblog แล้วรู้สึกเป็นห่วง สัญญาณอวสานเงาะโรงเรียน เมื่ออ่านเนื้อหาเปรียบเทียบกับส้มบางมด ยิ่งทำให้นึกเห็นสภาพของเงาะโรงเรียน ผมคิดว่าคนไทยทุกคนคงไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอำเภอบ้านนาสาร โดยสรุปของเนื้อหา ถ้าเป็นข้อมูลที่ได้ทำการวิเคราะ/วิจัยอย่างถูกต้องแน่นอนแล้ว ตามที่คุณธีรวัฒน์นำเสนอนั้นก็หมายถึงการปฏิบัติของคนต่อสภาพแวดล้อมที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบการเกษตรไทยในอดีตที่ปรากฎผลในปัจจุบัน และกำลังจะเกิดกับพืชอื่นๆที่เดินตามแนวทางเดียวกันในอนาคต
แต่ผมคิดว่าเมื่อเรา(ทุกคน)รู้ต้องหาทางช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยฉพาะคนในท้องถิ่นแหล่งกำเนิดคงไม่ยากเกินการจัดการให้ดีขึ้นและยั่งยืนตลอดไป
เหตุปัจจัยที่จะทำให้เงาะโรงเรียนเป็นเช่นนั้น และแนวทางที่จะช่วยให้เงาะโรงเรียน ณ แหล่งกำเนิดคงอยู่ หรือสาเหตุที่จะทำให้เงาะโรงเรียนของแหล่งกำเนิดจากไปทิ้งไว้เป็นตำนานให้คนรุ่นหลังได้เล่าสู่กันฟัง นั้นขึ้นอยู่กับอะไร ใครมีความคิดเห็นอย่างไรความคิดเห็นที่หลากหลาย สามารถใช้ประโยชน์ในการดำรงอยู่ของเงาะโรงเรียนของอำเภอ บ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป.