The Past is never dead. It's not even past

อดีตมิเคยพรากจากเราไป มิเคยแม้กระทั่งเป็นอดีต

 

ประโยคข้างต้น ประพันธ์โดย William Cuthbert Faulkner นักเขียนผู้ซึ่งมีผลงานอันมีอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมมากที่สุดคนหนึ่งของโลก Faulkner ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมในปี 1949

ประโยคนี้ปรากฏในผลงาน Requiem for a nun (1951)

อดีตคืออะไร?

ในคำ "อวิชชา" ของทางพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งที่ว่าหมายถึง "การไม่รู้ว่าอดีตทำให้เกิดปัจจุบัน และปัจจุบันทำให้เกิดมีอนาคต" มีความหมายใกล้เคียงกับประโยคนี้อย่างน่าสนใจ ปกติเราเรียนรู้อดีตว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เรา "ผ่าน" มาแล้ว และไม่สามารถจะย้อนกลับไปทำอะไรกับมันได้อีก และที่เรามีอยู่ก็เพียง "ปัจจุบัน" เท่านั้น และส่วนหนึ่งเรากำลัง "สร้างอนาคต" จากสิ่งที่เรากำลังคิด กำลังพูด กำลังกระทำ

จริงอยู่ที่ว่าเราไม่สามารถจะย้อนอดีตได้ (อย่างที่ภาพยนต์หลายเรื่องสำทับ fantasy ของคนเราว่าเรา "อยาก" กลับไปแค่ไหนก็ตาม) แต่เรา "เป็นอิสระ" จากอดีตจริงหรือ?

ถ้ามองไปที่ "ความเชื่อมโยง (interconnectedness)" แล้ว เราจะพบว่าถึงแม้ว่าในเวลาปัจจุบัน เราจะมีทางเลือกมากมายที่จะทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แต่ว่าทุกๆทางเลือกที่อยู่ตรวหน้านั้น "ก็เป็นเพราะ" อดีตที่จัดสรรมาทั้งสิ้น และไม่เพียงแค่ตัวทางเลือกเหล่านั้นที่ถูกจัดสรรมาจากอดีต แม้กระทั่ง "ตัวคนเลือก" คือตัวเรา ก็ถูกจัดสรรมาโดยอดีตเช่นกัน เพราะเราทำมาอย่างนี้ คิดมาอย่างนี้ พูดมาอย่างนี้ และกระทำเช่นนี้ เราจึงกำลังเป็นสิ่งนี้ อดีตทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน และกำลังดำเนินไปในอนาคต

และถ้าเรามองไม่เห็นความเชื่อมโยงนี้ เราก็จะเกิด ignorance ความไม่รู้ ว่าสิ่งที่เรากำลังทำในปัจจุบัน ก็กำลังจะเป็นอดีตสำหรับอนาคตที่กำลังเกิดขึ้นเช่นกัน

ประโยชน์อย่างหนึ่งของการเข้าใจ (หรือพยายามทำความเข้าใจ) กับอดีตก็คือ เราเห็นผลแล้วว่าทำอย่างนี้ ในบริบทแบบนี้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้เราพอจะสามารถสร้างแผนที่คร่าวๆขึ้นมาได้ว่า ถ้าเราอย่างนี้ ในบริบทแบบเดียวกันนั้น อนาคตจะออกมาเป็นแบบไหน อาจจะไม่ถึงกับเหมือนกันทุกอย่าง (เพราะบริบทก็เคลื่อนที่ แปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา) แต่พอจะเป็นแนวทางได้บ้าง

มีคนบางคนที่เคยมีความทุกข์เพราะเรื่องราวในอดีต จึงไม่ต้องการคิดถึงเรื่องเหล่านั้นอีก ซึ่งก็เป็นความคิดที่เข้าใจได้ ไม่มีใครอยากจะทุกข์ หรือเศร้าเสียใจ แต่ความจริงคือ เราไม่จำเป็นที่จะต้องทอดทิ้งอดีตทั้งหมดเพื่อเพียงจะไม่ทุกข์ หรือรำลึกถึงความทุกข์ เพราะการทอดทิ้งอดีตทั้งหมดไป ก็จะมีโอกาสที่เราทำซ้ำเหมือนเดิม และเกิดทุกข์เหมือนเดิม ซ้ำแล้วซ้ำอีก จะทำอย่างไรที่เราไม่ต้อง "จมทุกข์ จมอยู่กับความรู้สึกเศร้านั้น" แต่นำเอาอดีตมาเรียนรู้ มาเป็นฐานให้กับชีวิตในปัจจุบัน และสร้างอนาคตที่เรียนรู้แล้วขึ้นมาได้บ้าง?

เพราะที่สุดแล้ว William Faulkner ยังเขียนไว้อีกที่หนึ่งว่า

"I believe that man will not merely endure: he will prevail. He is immortal, not because he alone among creatures has an inexhaustible voice, but because he has a soul, a spirit capable of compassion and sacrifice and endurance. The poet's, the writer's, duty is to write about these things."

"ฉันเชื่อว่ามนุษย์ไม่เพียงแค่ต้องจำทน แต่มนุษย์จะทำได้สำเร็จด้วย มนุษย์มีความเป็นอมตะ ไม่เพียงเพราะเขาเป็นชีวิตที่มีเสียงไม่รู้จักหมด แต่เป็นเพราะชีวิตที่มีดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณที่สามารถรัก เมตตา เสียสละ และอดทน และหน้าที่ของกวี นักเขียนทุกคนนั้นคือการจารึกถึงสิ่งเหล่านี้ลงไป"