ส่วนมากทุกคน ต่างก็มีจิตใจที่ปรารถนาดีอยากให้สังคมนี้สงบสุข รุ่งเรือง และมีแต่ "คนดี" อยู่ในสังคมด้วยกัน เช่น ได้พ่อดี แม่ดี ลูกดี พี่ดี น้องดี ครูดี ศิษย์ดี พระดี ญาติโยมดี นายจ้างดี ลูกจ้างดี ตำรวจดี ทหารดี ข้าราชการดี ประชาชนดี สมัยหนึ่งจึงมีคำขวัญจากท่านผู้นำหลายคน เช่น จงทำดี จงทำดี จงทำดี, เด็กในสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นดี, ต่อมากลายเป็นธงว่า "แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง" , จนถึงปัจจุบัน ก็ยังเรียกร้อง "ไขว่คว้าหาคนดี" อยู่เสมอฯลฯ
.
เมื่อก่อนสมัยที่ผมอายุยังน้อย ผมก็คิดเช่นนั้น อยากมีส่วนร่วมทำให้ "ทุกคนเป็นคนดี" ให้ได้มากที่สุด และทุ่มเททำทุกอย่างเท่าที่มีโอกาส และสติปัญญาในขณะนั้นอย่างเต็มที่ ผลที่ได้ คือ "ผิดหวัง" ถึงได้ "คนดีตามที่สังคม" ต้องการ แต่ไม่ใช่ "คนดีจากจิตสำนึก" แต่กลับได้ "คนดีจากการถูกบังคับ หรือทำให้หวาดกลัวจากการถูกลงโทษ" มากกว่า
.
ตอนแรกก็น้อยใจ โทษ "ระบบ-โครงสร้าง" ที่สังคมออกแบบมาไม่ดี จนได้รัฐบาลไม่ดี นักการเมืองไม่ดี กฏหมายไม่เข้มแข็ง ข้าราชการไม่เอาจริง ทำให้คนในสังคม "มีคนไม่ค่อยดีมากขึ้น" แถมยัง "มีจิตสำนึกที่ดี" น้อยลง
.
แต่...ผมโชคดีที่ได้เรียนรู้หลักการ แนวคิดทางพุทธศาสนา "อย่างจริงจัง" ในช่วงเยาว์วัย และต่อมาเมื่อมีประสบการณ์การทำงาน และชีวิตมากขึ้น ก็พอจะเริ่มเข้าใจว่า...เราไม่มีทางทำให้สังคม "มีแต่คนดี"
.
และ ในที่สุดก็ตกผลึกว่า... "ไม่มีทางทำได้" เพราะ..."คน" และ "ความเป็นคน"
.
"ธรรมะ" (ความจริง) ของคน มีดังนี้
1. คนทุกคน "เหมือนกัน" แต่...ไม่เท่ากัน
2. คนเราแปรเปลี่ยนได้เสมอ แม้ในวันหนึ่งๆ ก็ทำทั้ง "สุจริต" และ "ทุจริต" หรือ "กุศล" และ "อกุศล" เสมอ ไม่มีใครจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง คงที่ตลอดไป
3. ดี-ชั่ว, ถูก-ผิด, ควร-ไม่ควร, ฯลฯ เป็นเรื่องของ "สมมติ" หรือ "บัญญัติ" ขึ้นมาจากความต้องการ หรือความเป็นของสังคม เพื่อความสงบสุขเรียบร้อย ส่วนความจริงของคนมีเพียงหนึ่งเดียว คือ "ทุกข์ กับ สุข" เท่านั้น
4. "คน" ย่อมทำผิดได้ พลาดได้ พลั้งได้ เผลอได้ ด้วยกันทุกคน และทุกนาที
.
เมื่อผม "เข้าใจ" และยอมรับ "ความจริงของคน" ได้ จึงทำให้สรุปได้ว่า...สังคมและคนไม่ว่าอยู่ที่ใด หรือสภาพอย่างไรๆ ก็ "แตกต่างกัน" เสมอ ไม่มีทางทำให้สังคมของคน "มีแต่คนดี" หรือ ทำให้ทุกคน "เสมอกัน" ได้
.
แม้...คนใน "วงการทหารตำรวจ" หรือ "วงการยุติธรรม เช่น ศาล อัยการ" หรือ "วงการศาสนา" หรือ "วงการการศึกษา" มักเป็น "คน" ที่ปกติต้องมีระเบียบวินัย มีจรรยาบรรณ หรือมีจริยธรรมคุณธรรมกว่าทุกวงการ และสังคมเชื่อว่าเป็นคนที่มีสติปัญญา มีจิตใจที่ดีกว่าใคร ก็ยังมีทั้ง "คนทุจริต", "คนขี้เกียจ", "คนเอาเปรียบ", "คนขี้โกง", "คนเหลวไหล", "คนบ้ากาม", "คนขยัน", "คนมีน้ำใจ", "พระทุศีล" ฯลฯ แล้วนับประสาอะไรกับ "สังคม" ที่ใหญ่ขึ้น เช่น "เมือง", "รัฐ", "ประเทศ" จะไม่มีคนประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ได้ล่ะ
.
ขอเพียงแต่ว่า... สังคมที่ดี คือ คนในสังคมนั้นต่างก็เป็น "คนใจกว้าง" พอที่จะยอมรับ "ความแตกต่าง" และ "อดทน" พอที่จะเห็น "คนเป็นคน" และ "ให้โอกาส" ทุกคน ได้พัฒนาปรับปรุงตัวเอง โดยไม่ถูกดูหมิ่น หยียดหยาม กดขี่ หรือมีระบอบชนชั้นวรรณะมากไป
.
ถ้าจะให้ดีมากยิ่งขึ้น เพียงแค่ "ผู้นำ" ของสังคมทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี, รู้จักสมถะสันโดษพอเพียง, มีจิตใจเสียสละ ไม่เอาเปรียบ ไม่อิจฉาริษยาเมื่อใครเด่นกว่า, หรือ จะปฏิญญาตนจะรักษาศีลห้าก็ได้ แค่นี้ก็ช่วยให้สังคม "มีคนดี" เพิ่มขึ้นแล้ว
.
เมื่อสังคมไม่สามารถคาดหวังให้สังคม "มีแต่คนดี" ได้ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้สังคม "ปกติสุข-เจริญก้าวหน้า" ก็คือ เราต้องช่วยกันทำให้คนในสังคมรู้จัก "กาละ-เทศะ-บุคคล" และ "กติกา" ของสังคม แทนการใฝ่ฝันถึง สังคมแบบ "ยูโทเปีย" หรือ สังคมแบบ "พระศรีอาริย์" ที่เป็นสิ่งเลื่อนลอย ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด.
Merry X' Mas & Happy New Year 2014 ... ค่ะ
-สวัสดีครับ..
-ขอบคุณสำหรับข้อคิดในการดำเนินชีวิตดี ๆ นี้ครับ..
ขอบคุณ Dr.ple และคุณเพชรน้ำหนึ่งที่ส่งความสุขในวันคริสต์มาสและปีหม่ให้ ขอท่านทั้งสองมีความสุขเช่นกันนะครับ