"แม่เอาเงินลูกไปก็ได้ เอาไปหาหมอ แบ่งกันใช้นะแม่นะ" หากนี่ไม่ใช่คำพูดของเด็กป.๖ น้ำตาของผู้ช่วยพยาบาลของผมคงไม่ร่วงลงมา
วันนี้ผมถูกปรึกษาเพื่อให้มาดูหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งต้องการมาให้ผมช่วยทำแท้ง
ราว ๔ เดือนก่อนหน้านี้ เธอเคยไปทำแท้งมาแล้วครั้งหนึ่ง นี่คือประโยคแรกของการสนทนาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวระหว่างผมกับเธอ
"น่าสนใจนะครับ แต่ก่อนอื่นผมอยากรู้เรื่องราวอีกสักนิด ว่าทำไมคุณจึงตั้งท้องครั้งนี้ และอยากมาทำแท้งอีกครั้ง"
หญิงผู้นี้เธอมีลูก ๒ คน สามีประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง มีรายได้ราว ๒๐๐ บาทต่อวัน ได้บ้างไม่ได้บ้างตามแต่การถูกว่าจ้าง ส่วนตัวเธอเองก่อนหน้านี้ ทำงานเป็นแม่บ้าน และต้องลาออกเมื่อราว ๕ เดือนก่อน ซึ่งตอนนั้นเธอมีอาการแพ้ท้องมาก ทำงานไม่ไหว จนต้องขอลาออกจากงาน
การทำแท้งในครั้งนั้น เธอสูญเสียเงินไปราวหมื่นกว่าบาท นั่นคือเงินเก็บจำนวนมากที่เธอมีอยู่ในหน้าตัก ฐานะทางการเงินของครอบครัวสั่นคลอนลงทันที เธอขอลาบวชชีอยู่ราวเดือนหนึ่งเพื่อพักใจ แต่ครั้นจะเริ่มงานใหม่ อาการแพ้ท้องแบบเดิมก็หวนกลับมาอีก การมีเพศสัมพันธ์โดยหลั่งนอกครั้งนั้นมันทำให้เธอตั้งครรภ์ครั้งนี้ขึ้นมาอีกจนได้
จากนั้นเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ให้ไปซื้อยาสอดมาใช้เพื่อทำแท้ง ยา cytotec (ผมเดาเอานะครับ ว่าน่าจะเป็นยาตัวนี้) จำนวน ๒ เม็ดในราคาเม็ดละพันกว่าบาท ที่เธอต้องหยิบยืมเงินจากเพื่อนมาซื้อยามาใช้สอดช่องคลอดทำได้แค่เพียงมีเลือดออกเล็กน้อย แต่นั่นก็ยังไม่แท้ง เธอรู้ได้ เพราะอาการท้องที่เป็นอยู่นั้นมันยังไม่หายไป
เวลาผ่านมาระยะหนึ่งจึงเริ่มคลำได้ก้อนแข็งๆท่ีท้องน้อย เธอจึงตัดสินใจไปหาหมอเพื่อขอตรวจ ultrasound และพบว่าลูกเธอยังอยู่จริงๆ
สามีภรรยานั่งคุยปรึกษากัน และคิดว่าอย่างไรเสียก็ยังคงต้องทำแท้งอยู่นั่นแหละ จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเงินมันมีไม่พอแบ่งกันใช้จริงๆ ผมจึงเป็นหมอที่ทั้งคู่บากหน้ามาพบ
ผมถามเธอไปว่า "ลูกรู้มั้ย ว่าแม่จะมีน้อง"
"ไม่รู้หรอกหมอ ฉันบอกเขาไปว่าแม่ไม่สบาย เพียงเท่านี้ พอลูกคนโตที่เรียนชั้น ป.๖ รู้ เขาก็บอกฉันว่า แม่เอาเงินลูกไปก็ได้ เอาไปหาหมอ แบ่งกันใช้ก็ได้นะแม่นะ" แล้วน้ำตาของแม่ก็ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างลงมา ผมทำได้เพียงนั่งฟังนิ่งๆ แต่ภายในก็รู้สึกจุกและสะเทือน คงไม่ต่างกับผู้ช่วยพยาบาลของผม ซึ่งเธอเองก็แอบปาดน้ำตาไปด้วย
"สงสารลูกน่ะหมอ ตอนนี้ก็กินๆอดๆ อดมื้อกินมื้ออยู่แล้ว ฉันมันไม่ดีจริงๆ"
ผมถามไปว่า "ถ้าหมอไม่ทำแท้ง เธอจะทำยังไงต่อล่ะ"
เธอยกมือขึ้นไหว้ แล้วพูดว่า "ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป คงไม่มีปัญญาหาเงินไปทำแท้งแพงๆได้อีกเหมือนครั้งก่อน คิดไม่ออกจริงๆนะหมอ"
ชีวิตในขณะหนึ่ง
เพียงมีใครซักคนรับฟังเรื่องราวแห่งเรา
ย่อมถือว่า เขาได้ช่วยเหลือเรา...
และชีวิตก็มิได้โดดเดี่ยว ลำพัง...
ขอบคุณครับ
ปัญหา.."ทำแท้ง"..ถูกหยิบยก..มาพิจารณา..ในระบบประชาธิปไตย..กับ..ประเทศ..ที่ถูกเรียกว่า..เจริญแล้ว.."ผิดหรือถูก..กฏหมาย..เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่...ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธุ์..จะเป็น..เพียงความลับ..ที่ไม่ลับ..หรือ..จะเป็นความรู้ที่เรียน..กันได้...(ในสวีเดน..สอนวิชานี้..ให้กับเด็ก..ในโรงเรียน..กันแล้ว).."...ปัญหา.ฆ่า.ข่มขืน..กระทำ..ชำเรา ยัง..มีอยู่ในประเทศทุกมุมโลก....(จะแก้อย่างไร)...มีผู้..นำเด็กแรกเกิด..ไปทิ้งขยะ...(หมา..ยังไม่..ทำ..หากปรากฏใน..สังคมมนุษย์ ที่ว่าเจริญแล้ว...)..มีผู้กระทำ..ต่อเด็ก..ทารกหรือลูก..(บางกรณี..เป็น..พ่อ..ของเด็กเอง)...ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ..แต่ปรากฏเป็นข่าวฉาวโฉ่....
กรณี..ทำแท้ง.."ถูกกฏหมาย..หรือผิด..กฎหมาย"...ไม่เสีย..ค่าบริการ..หากกฏหมาย..บ่งบอก..ถึงกรณี...(อันนำไป..ถึงการการบริการทำแท้งที่ไม่ถูกกฏหมาย..ซึ่ง (แพง..สำหรับผู้ยากจน)......
หรือ..(เกิดมาจน.)..ในประเทศนี้..ที่กำลังมีกระแสร์รุนแรงว่าจะเป็นระบอบเผด็จการ...ในอนาคต..คงมีกฏหมาย.."ห้าม"..ไม่ให้...คนจน..มีสิทธิ..ทางเพศสัมพันธุ์....อ้ะะ...เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม..ป้องกัน..การมีสิทธิมีเสียงของคนจน..(ให้สูญพันธุ์ไปเลย)...รึไง.....
ไม่ได้ทักทายกันน่าจะเกือบ ๕ ปี
สวัสดีครับ อาจารย์แผ่นดินแดนไทย
ขอบคุณครับยายธี
ผมคงไม่กล้าคิดถึงวันนั้น วันที่คนจนไม่มีสิทธิ์มีเพศสัมพันธ์
วันที่คนจนไม่มีสิทธิ์มีเพศสัมพันธ์ ประโยคนี้ความหมายลึกมากนะ อธิบายได้ตั้งแต่สุขศึกษาถึงเศรษฐศาสตร์