เรื่องเล่าจากเครือข่ายฉบับที่ ๑: ยาใจ...จากหัวใจผู้ให้และผู้รับบริการ

วันนี้จะขอนำเสนอเรื่องย่อ ของเรื่องเล่าชนะการประกวดของ ศจย. ในเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้ ในการประชุมบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 10 วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2554 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรด์ โดยคุณ วรางคณา บุบผา มาเล่าต่อเพื่อเป็นยาใจให้คนทำงานต่อไป

************************************************************************************************

เรื่องเล่าจากเครือข่ายฉบับที่ ๑:ยาใจ...จากหัวใจผู้ให้และผู้รับบริการ 

 

 

 

 

 

 

โดยคุณ วรางคณา บุบผา [email protected]

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลพรหมพิราม จ.พิษณุโลก

 

                บุหรี่ เป็นสิ่งเสพติด ตัวการสำคัญที่ทำให้คนหน้าใหม่ที่เพิ่งทดลองสูบ หรือคนที่สูบประจำจนติดแบบหัวปักหัวปรำ บุคคลรายนี้เล่าให้ฉันฟังว่า

“ถ้าผมไม่ซื้อแต่ก็หามาสูบจนได้ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ถ้าเป็นเพื่อนกันก็ขอเพื่อนสูบ”

                อีกรายเล่าว่า “หนูสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 14 ปีช่วงนั้นเรียนมัธยมต้น สูบเพราะอยากลองตามเพื่อนช่วงหลังๆ หนูทำงานกลางคืนเป็นเด็กเสิร์ฟ เวลาที่แขกเลี้ยงเหล้า หนูจะสูบบุหรี่จัด สูบต่อคืนไม่ต่ำกว่า หนึ่งซองบางคืนถึง สองซองก็มีนะ”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่แสดงถึงสาเหตุของการติดบุหรี่ ที่ฉันได้เรียนรู้มาจากประสบการณ์ในการให้บริการปรึกษาในคลินิกเลิกบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันคลินิกเลิกบุหรี่ของฉันได้ดำเนินการมานานกว่า 6 ปี และเป็นเวลานานกว่า 9 ปีแล้วที่ฉันยังทำงานด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบำบัดรักษาสารเสพติดของโรงพยาบาล   โดยในปีแรกๆ ของการดำเนินการคลินิกเลิกบุหรี่ ฉันได้ศึกษารูปแบบการให้บริการจากโรงพยาบาลพุทธชินราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ของจังหวัดพิษณุโลก

                บุคคลที่ฉันจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ฉันชอบงานให้บริการปรึกษามากกว่าที่จะตัดสินใจเปลี่ยนสายงาน ชายสูงวัยรูปร่างท้วมผมสีขาวทั้งศีรษะถึงแม้ว่าอายุจะ 66 ปีแล้วก็ตาม ลุงจะมาที่คลินิกทุกเดือนเป็นประจำ ชาวบ้านแถวนั้นเรียกแกว่าตาเปลื่องขี้เมา ลุงเปลื่องแกมีลูก 2 คน ทั้งลูกและเมียรู้สึกเอือมระอา เพราะแกเมาเช้าเมาเย็น ฉันได้พบกับลุงเปลื่องครั้งแรกตอนสายๆของวันที่5 กันยายน 2548 ที่คลินิก แกได้แจ้งเจตจำนงว่าต้องการที่จะเลิกบุหรี่และเหล้าทั้งสองอย่าง พร้อมกับเล่าประวัติว่าแกดื่มอย่างหนักทุกวันอย่างน้อยวันละหนึ่งขวด และสูบบุหรี่มากกว่า10 มวนต่อวัน ผลเสียที่เกิดคือทำให้แกป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ครอบครัวทะเลาะมีปากเสียงด่ากันทุกวัน ลูกชายคนโตก็ติดเหล้าเหมือนแก ทำให้ลุงเปลื่องมุ่งมั่นตั้งใจ อยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกก่อนตาย ลุงเปลื่องเลือกที่จะหักดิบ ฉันดำเนินการประเมินสภาพร่างกาย อาการขาดนิโคตินและอาการขาดเหล้าเพื่อส่งพบแพทย์เพื่อพิจารณาให้การรักษาตามอาการ ลุงบอกกับฉันว่า “คงไม่มีใครเข้าใจอาการเสี้ยนยาได้ดีเท่ากับคนที่เคยเสี้ยนยามาก่อน หมอไม่เคยสูบหมอไม่รู้หรอกว่าบุหรี่มันร้ายยิ่งกว่าเสือ ” ลุงได้บอกกับฉันหรือคนอื่นๆเสมอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาที่จริงใจว่า

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจมาก ดีใจมาก ที่ผมเลิกได้ตอนนี้คนในหมู่บ้าน หรือผู้ใหญ่บ้านยังเอ่ยชื่อผม ว่าผมแน่มาก ให้ทุกคนเอาอย่างผม ลองไปปรึกษาตาเปลื่องดูซิว่าแกเลิกได้อย่างไร หมอเขามียาอะไรให้กินถึงเลิกได้”

“แล้วลุงเปลื่องตอบเขาอย่างไรคะ” ...

อ่านเรื่องเต็มได้ที่

http://trc.or.th/th/2013-01-02-16-08-37/ประชุมวิชาการบุหรี่แห่งชาติ/ประชุมวิชาการบุหรี่แห่งชาติ-10.html

16 ธ.ค. 56

โดย ศจย.