@ ‘ผลไม้พิษ’ ทฤษฎีที่กล่าวอ้าง หากจับวางที่หลักการตามเหตุผล
ผลไม้ที่อยู่บนของลำต้น หากต้นพิษผลย่อมพิษไม่ผิดต่าง
@ ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่สามารถ นำมาวัดเปรียบเทียบคนผลอำพราง
พฤติกรรมแต่ละคนย่อมแตกต่าง เหมือนกันบ้างมีเล็กน้อยไม่แน่นอน
@ หากนำเอาทฤษฎีนั้นมาจับ ก็ท่ากับตีค่าคนกันไปก่อน
หากพ่อชั่วลูกต้องชั่วลำดับตอน จะพร่ำสอนพฤติกรรมไปทำไม ?
@ การสรุปว่าดีเลวหรือถูกผิด ให้นึกคิดดูพฤติกรรมนั่นคือใช่
หากพ่อเลวสรุปลูกต้องเลวได้เมื่อไหร่ สังคมไทยติดกับดักวาทะกรรม

@ วาทะกรรมสิ่งนี้นั้นมันปนเปื้อน ทำบิดเบือนหลักตรรกะเพราะมุ่งหวัง
หลอกล่อคนให้ตกอยู่ในหลุมพราง ครอบงำทางเพื่อมุ่งหมายของฝ่ายตน
@ เปรียบเหมือนองค์กรมีที่มาไม่ตามวิถี แต่ทำดีและถูกต้องตามเหตุผล
มุ่งทำเพื่อผลประโยชน์ให้ทุกคน แล้วส่วน ‘ผล’ จะเป็นพิษได้อย่างไร ?
@ พฤติกรรมของผู้คนเป็นเรื่องใหญ่ วัดไม่ได้กับทฤษฎีพิษผลไม้
สิ่งใช้วัดคือการกระทำนั่นยังไง ให้เข้าใจอย่าสับสนปนเปื้อนทฤษฎี
เครดิตภาพ : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tonkla1&month=11-2008&date=29&group=2&gblog=45
ไพเราะ + สอนใจ..ได้ดีมากๆค่ะ .... ขอบคุณนะคะ
อ่านแล้วได้ความคิดที่ลุ่มลึก ขอบคุณมากครับ
....ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชนตาดำๆนะคะ...ว่าจะยอมรับ หรือไม่ยอมรับ และหรือ ยอมรับและไม่ยอมรับวาทะกรรมนั้นๆโดยนำมาปรับให้มีความเหมาะสมนะคะ