โรงพยาบาลที่คณะฯ ไปเยี่ยมชมกิจการมี ๒ แห่ง คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)โป่งงาม   กับโรงพยาบาลแม่สาย   ในวันที่ ๒๗ ต.ค. ๕๖

          ผมเข้าชม เว็บไซต์ ของ รพ. ทั้งสองในคืนวันที่ ๒๕ ต.ค. ๕๖ พบว่า ของ รพ.สต. โป่งงามแทบไม่มีข้อมูลกิจกรรมเลย

          ค่ำวันที่ ๒๖ ต.ค. หลังอาหารเย็น   ผมจึงได้ทราบจากคุณชายดิศนัดดาว่าโรงพยาบาลแม่สาย และโรงพยาบาลอื่นๆ ในแถบนี้ได้ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศเพื่อนบ้านมาก    โดยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจัดบริการสุขภาพเคลื่อนที่แก่คนในประเทศเมียนม่าร์    การผูกมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยบริการสุขภาพได้ผลดีจริงๆ  

           รพ.สต. โป่งงามมีความเด่นที่เราไปเยี่ยมชมเพราะมีโครงการ บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเองร่วมกับศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ    ผมจับความไม่ได้ว่า รพสต. แห่งนี้ได้ชักชวนให้ชาวบ้านปลูกผักกินเองได้จริงจังสักกี่บ้าน   แต่ รพสต. นี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของนายสมศรีนางทองใจสูง  ที่เราไปแวะเยี่ยมก่อนไปที่ รพสต. นี้    โดยสองสามีภรรยาอายุเกือบ ๖๐ ปีคู่นี้มีที่ดินรอบบ้านรวมน่าจะไร่เศษๆ    ทำการเษตรอินทรีย์ผสมผสาน   เน้นปลูกผักและผลไม้ มีชีวิตอย่างสุขสบาย

          เราไปเห็นการใช้พื้นที่ใน รพสต. ปลูกผักหลากชนิด   แต่ไม่เห็นลักษณะการตัดเอาไปกิน    ลักษณะการปลูกคล้ายๆ ปลูกไว้ให้คนมาดู   ผมมีอคติหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

           ตอนบ่ายวันที่ ๒๗ ต.ค. รายการสุดท้ายเป็นการไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลแม่สาย    ที่ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาล ๙๐ เตียง    มีอัตราการครองเตียง ๑๑๖%   โดยกว่า ๗๐% เป็นพม่า   คนไข้นอกที่เป็นโรคไข้เลือดออกก็เป็นพม่ามากกว่า๗๐%   มี จนท. 306 คน  

            เป็นศูนย์ความร่วมมือ GMS Medical Collaboration Project  5 ประเทศ   อบรม จนท. 12 ครั้ง   รุ่นละ ๓ เดือน  โดยร่วมมือกับ JIF (Japan International Foundation)    ในการบริจาคเครื่องมือแพทย์ราคาแพง ที่เป็นของใช้แล้วจากญี่ปุ่น แต่ยังใช้การได้ดี ให้แก่โรงพยาบาลในประเทศเพื่อนบ้าน   และมีการฝึกใช้เครื่องมือเหล่านั้น ที่โรงพยาบาลแม่สาย

          ดูๆ แล้ว โรงพยาบาลแม่สายดูจะบริการคนพม่ามากกว่าคนไทย   ซึ่งก็เป็นของดี เพราะเท่ากับเป็นการเอื้อเฟื้อกัน    ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเล่าว่า ตอนกลางคืนด่านคนเข้าเมืองระหว่างพม่ากับไทยปิด   แต่มีผู้ใหญ่ฝั่งพม่าป่วยปัจจุบันทันด่วน    และต้องการมารักษาที่โรงพยาบาลทางฝั่งไทย    ต้องมีการเอื้อเฟื้อเปิดด่านกันเป็นพิเศษกลางดึก ก็เคยมี

          วันนี้เป็นวันอาทิตย์    แต่เจ้าหน้าที่ก็มาทำงานกันทั้งโรงพยาบาล    เพื่อรับเสด็จ และแสดงการให้บริการ one-stop service ตรวจร่างกายคนพม่าที่ต้องการขออนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทย เสร็จภายในวันเดียว   โดยคิดค่าบริการคนละ ๖๐๐ บาท    ในปีที่แล้วให้บริการ ๒,๒๐๐ คน    ร้อยละ ๔ ไม่ผ่านการตรวจโรค ๗ อย่างคือ วัณโรค  โรคเท้าช้าง  โรคเรื้อน  ซิฟิลิส   โรคจิต  ติดยาเสพติด  และโรคพิษสุราเรื้อรัง    คนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพ ๒,๒๐๐ บาทต่อปี  

          คุณชายดิศเล่าให้ผมฟังเรื่อง นพ. สุระ คุณคงคาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สาย    ว่าเป็นข้าราชการที่อุทิศตนเพื่องานมาก   ไม่เปิดคลินิกส่วนตัวหารายได้   ท่านจบจากจุฬาฯ รุ่น ๓๑   เป็นลูกศิษย์ ศ. นพ. วิศิษฏ์ สิตปรีชา  

          มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้เชิญหมอพม่า จากท่าขี้เหล็ก ๑ คน   พยาบาล ๓ คน   จนท. สาธารณสุข ๒ คนจากพม่ามาร่วมรับเสด็จด้วย   เพื่อมาเล่าความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างไทยกับพม่า    ความร่วมมืออย่างหนึ่งคือร่วมกันจัดบริการหน่วยตรวจรักษาเคลื่อนที่ในพม่า    และความร่วมมือ GMS (Greater Mekong Subregion) ด้านการสาธารณสุข ที่กล่าวแล้ว   

          เรื่องความร่วมมือบริการสุขภาพระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนี้    น่าจะมีนโยบายใช้จุดแข็งนี้ของไทย    เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ    และเพื่อหารายได้เข้าประเทศ    เป็นเรื่องที่น่าจะได้วางยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๗ ต.ค. ๕๖

 

 

รพ.สต. โป่งงาม

 

ร่วมโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง

 

ต้นไก่ฟ้าพญาลอ

 

ปลูกผักในบริเวณโรงพยาบาล

 

โรงพยาบาลแม่สาย

 

นพ. สุระ ผอ. โรงพยาบาลบรรยายสรุป

 

หมอพม่า บรรยายเรื่องปัญหาสุขภาพในพม่า

 

พยาบาลพม่า

 

พระราชทานโอกาสให้ถ่ายรูปร่วมกับพระองค์ท่าน