ตอนสมัยผมหนุ่มๆ ได้ไปบวชพร้อมกับพี่ชายที่วัดปากน้ำภาษีเจริญพร้อมๆกัน  สมัยนั้นพี่ชายผมลางานราชการไปบวชสี่สิบห้าวัน ผมขอตามไปบวชด้วย เพราะมันง่ายดี ทุกอย่างมีหมดแล้ว  เพิ่งเครื่องบริขาน ผ้าไตรจีวร บาตรอีกชุด เป็นอันว่าใช้ได้ ท่านพระอาจารย์ผมและพระพี่ชายคือท่านพระมหาอินทร์  ท่านเป็นมหาก็ตอนอายุหกสิบกว่าแล้ว ท่านได้ถึงไหนผมก็ไม่ได้ถามท่าน  รู้แต่ว่าลูกศิษย์ลูกหาท่านมาบอกผมว่าเมื่อคืนที่แล้ว ไปเจอท่านอยู่ในสวรรค์ชั้นพรหม  จะใช่ชั้นพรหมอภัสราหรือเปล่าก็ลืมถาม 

พอบวชไปได้หลายวัน ก็เลยถามท่านว่า ทำไมผมต้องมาบวชพร้อมกับพระพี่ชายในชายในครีชั้งนี้  ท่านมีเมตตาตอบว่า  คุณไม่ได้บวชพร้อมกับพี่ชายในชาตินี้เท่่านั้น  ชาติที่แล้วคุณกับพระพี่ชาย ก็เคยเป็นพี่น้องกันและก็เคยบวชพร้อมกันมาแล้ว ชาตินี้ก็ได้มาร่วมกันทำความดีอีก

 

เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบปี ผมกับพี่ชายมาเจอกันอีกที่อเมริกา  พี่ชายมาเรียนต่อที่นี้ ผมมีหน้าที่รับส่งจากสถานนีรถไฟส่งไปมหาวิทยาลัย และไปรับกลับบ้าน  พี่ชายถามคำถามถึงสองครั้งว่า เตรียมตัวพร้อมหรือยัง ว่าชาติหน้าจะทำอะไร เพราะตอนนี้ เรื่องงานและครอบครัวก็เพลาๆลงแล้ว  พี่ชายผมบอกว่าเรื่องจะหลุดพ้นชาตินี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว เพราะถ้าเราสองคนจะหลุดพ้น  ต้องมีเหตุให้เราไม่ได้สึกออกมา  ครั้งจะกลับไปบวชอีกก็แก่เกินแกงเสียแล้ว  อีกงานก็ยังมีหน้าที่การงานเป็นห่วงผูกขา  มีลูกเต้าเป็นห่วงผูกคอ  จะทำให้ได้เต็มที่ก็เห็นจะยากอยู่  พี่อธิฐานว่าชาติขอกลับมาเกิดเป็นคนอีก สวรรค์ไม่เอา เพราะเสียเวลา  มาเกิดแล้วให้ได้บวชเป็นพระเป็นเณรตั้งแต่ยังมีกำลังอยู่  ภรรยาก็ขอไม่มี จะได้บำเพ็ญบารมีให้เต็มที่ 

ตอนที่พี่สวดมนต์ที่ว่าเราเป็นทายาทของกรรม  เมื่อก่อนไม่เข้าใจ  พอมาอยู่อเมริกาอยู่คนเดียว สวดไปก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมเราจึงจะต้องเป็นทายาทของกรรม  ชีวิตเราสร้างได้ เราอยากได้อย่างไร อยากจะเป็นอะไรเราก็ทำเสียแต่ตอนนี้ ชาตินี้  ชาติหน้าเราก็จะเป็นทายาทของสิ่งที่เราทำตอนนี้  นั่นคือเราจะต้องเป็นทายาทของกรรม ฉะนั้นถ้าเราอยากจะมีฤทธฺ์มีเดช  เราก็จะต้องฝึกสมถะวิปัสสะนาในชาตินี้  ชาติหน้าเราก็จะได้ขึ้นมาเอง  พี่อธิษฐานว่าขอให้มีปัญญามีความสามารถที่จะอธิบายข้อธรรมะที่ยากๆให้เป็นของง่ายๆ 

 

 

(มีต่อ)