กระตุ้นการแตกยอดอ่อนด้วยจุลธาตุและอาหารเสริมพิเศษ

ในยุคสมัยที่ผู้คนบนโลกใบนี้จะต้องประสบพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวแล้ง เดี๋ยวฝน เดี๋ยวน้ำท่วม เดี๋ยวพายุ ซึ่งผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมในห้วงช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้การปรับตัวที่จะดำรงคงอยู่กับโลกใบนี้ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นเป็นลำดับ ยิ่งพูดถึงเรื่องความแข็งแกร่งแข็งแรงของชุมชนสัมพันธ์ น้ำจิตน้ำใจที่จะเอื้อเฟื้อแบ่งปันกับประชาชนคนรุ่นใหม่ด้วยแล้ว รู้สึกว่าจะหาได้ยากมากขึ้นทุกวัน ผักสวนครัวรั้วกินได้ที่เคยช่วยเหลือแบ่งสันปันส่วนแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ปัจจุบันก็รู้สึกว่าจะต้องซื้อต้องหาด้วยเงินตราแลกมาทั้งสิ้น ที่จะให้กันด้วยมิตรไมตรีเอื้ออารีต่อกันนั้นหากยากจริงๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นด้วยสภาสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปที่ไม่ว่าจะขยับย่างก้าวไปที่ไหนก็ต้องใช้เงินเป็นปัจจัยหลักแทบทั้งสิ้น อีกทั้งผลผลิตหน้าบ้างหลังบ้านล้วนแต่ทำมาค้าขายได้ทิ้งสิ้น จึงอาจจะยังไม่มีเหลือมากพอที่จะแบ่งปันกันในระยะนี้  (เพราะเก็บเกี่ยวแล้วนำไปขายได้เงินมายังไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนกระมัง)

การปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ จึงมีส่วนที่จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนให้ครอบครัวของพี่น้องเกษตรกรให้พอมีกินมีใช้ในครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองได้ โดยเฉพาะเรื่องค่ากับข้าวกับปลานั้น สามารถที่จะไม่ต้องใช้สตางค์ซื้อผักซื้อปลา กุ้ง ไก่ จากภายนอกได้เลย ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี หรือดำเนินตามรอยของพ่อหลวงของเราที่ส่งเสริมให้ลูกๆ 60 กว่าล้านคนดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรทฤษฎีใหม่โดยไม่ต้องพึ่งพิงอิงปัจจัยจากภายนอกให้มากจนเกินพอดีไป ฉะนั้นประเด็นสำคัญในการที่จะทำให้ผักสวนครัวรั้วกินได้ มีผลผลิตออกมาให้พี่น้องเกษตรกรได้เก็บเกี่ยวอยู่ตลอดเวลาก็สามารถที่จะกระทำได้ โดยต้องเพิ่มเติมเสริมอาหารให้สมดุลกัน เช่นเราเด็ดยอดปลิดผลไปจำหน่าย นั่นหมายถึงเรากำลังขโมยอาหารที่พืชสะสมหรือดูดมาจากดินอยู่ตลอดเวลา เด็ดทุกวัน เด็กทุกสัปดาห์ เด็ดทุกเดือน  แร่ธาตุสารอาหารในดินก็ถูกใช้ไปทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือนด้วยเช่นกัน

การฉีดพ่นแร่ธาตุสารอาหารในกลุ่มจุลธาตุอย่าง เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิดินั่ม นิกเกิล และยิ่งมีส่วนประกอบของธาตุพิเศษอย่าง ซิลิก้า ไคโตซาน (ชื่อการค้า ซิลิโคเทรซ, ไคโตซานMT)อยู่ด้วยนั้น ยิ่งจะช่วยกระตุ้นให้พืชผักผลไม้มีการเจริญเติบโตที่ต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก ช่วยเร่งการเจริญเติบโตทางด้านกิ่ง ก้าน ใบและยอดอ่อนให้ออกมาได้รวดเร็วและสม่ำเสมอไม่ขาดตอน เนื่องด้วยแร่ธาตุและสารอาหารทางดินนั้นกว่าจะส่งลำเลียงขึ้นมาถึงด้านบนอาจจะเป็นไปด้วยความล่าช้า ประกอบกับแร่ธาตุสารอาหารที่ถูกดูดกินขึ้นมาทุกวันนั้นก็ร่อยหรอลดน้อยถอยลง ไม่เพียงพอต่อการนำไปสร้างการเจริญเติบโตให้แก่เซลล์ของพืชที่เป็นเถา เป็นยอดได้อย่างทันท่วงที การใช้กลุ่มจุลธาตุและธาตุพิเศษ (ธาตุพิเศษมิได้หมายถึงวิเศษมหัศจรรย์นะครับ คือจัดอยู่ในหมวดที่พืชจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีจะช่วยทำให้พืชเร่งโตแข็งแรงดียิ่งขึ้นกว่าไม่มี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าคุ้มค่ากับเงินทุนหรือไม่)

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศ และแสงแดด



ความเห็น (0)