การที่จะมีลูก แล้วเลี้ยงให้มีคุณภาพในระดับหนึ่งนั้น ต้องอาศัยความพร้อมกันจริงๆ นะคะ ...
วันก่อน ได้ไปอยู่เวรที่โรงงาน มีคนไข้เข้ามาหา บอกว่าขอยาแก้เครียด
แต่ห้องพยาบาลโรงงานไม่มีหรอกค่ะ แต่ก็เชิญเขามานั่งคุยกัน ทำการ Counselling ค่ะ
ได้ความว่า เขามีลูก 2 คน คนโต 5 ขวบ คนเล็ก 3 ขวบ
เมื่อ 6 เดือนก่อน มีสถานสงเคราะห์มารับลูกเขาไป
เนื่องจากเพื่อนบ้านได้แจ้งไปทางสถานสงเคราะห์ว่าเขาเลี้ยงลูกไม่เหมาะสม
จึงถามเขาไปว่าเลี้ยงยังไง ที่ว่าไม่เหมาะสม
คำตอบที่ได้มาก็อึ้งเหมือนกันค่ะ
คือตอนกลางวัน เขาจะปิดประตูให้ลูกอยู่บ้านกันเอง 2 คน ตอนกลางวันกลับไปหุงข้าวให้กิน
ที่ต้องอยู่กันเองเพราะเขาเองก็ไม่มีมีญาติผู้ใหญ่และเลิกกับภรรยาไปสักระยะหนึ่งแล้ว ต้องดูแลลูกคนเดียว
อาการตอนนี้คือคิดถึงลูกมาก กระวนกระวาย นอนไม่หลับ เดินวนไปวนมา
เราก็ทำได้แค่รับฟัง แล้วก็แนะให้เขามองในมุมบวก
กับการที่ลูกได้มีคนดูแล ได้เรียนหนังสือ ได้รับอะไรอีกต่างๆ ที่พ่อยังไม่พร้อมให้เขา
แล้วก็ถามว่าเมื่อไรจะได้กลับ ทางสถานสงเคราะห์บอกว่าเมื่อพ่อพร้อม
พ่อเขาก็เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ และมีอาการนอนไม่หลับ เดินไปเดินมาแบบไม่รู้ตัว
เลยแนะนำเรื่องการพบแพทย์ด้วยค่ะ
ปัจจุบันก็มีหลายครอบครัวที่มีลูกตอนไม่พร้อม ถ้ามีการปรับให้พร้อมก็ดีไปค่ะ
แต่บางครอบครัวที่ไม่มีการปรับให้เหมาะสม ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเอง และกับลูก
บางครั้งหนักถึงขั้นมีการเกิดโศกนาฏกรรมตามที่เห็นในข่าวกันทุกวันนี้ค่ะ
สถานสงเคราะห์ในบ้านเราก็ได้เข้ามามีส่วนช่วย แต่การป้องกันเราต้องช่วยกันแต่เริ่มต้นนะคะ


... ความไม่พร้อม ... นำมาสู่การเป็น ครอบครัวไม่มีคุณภาพ นะคะ ...
ขอบคุณบันทึกดีดีนีค่ะ
การให้คำปรึกษา....ช่วยให้ลดความเครียดลง....
ชอบคำพูดที่ว่า....มองในมุมบวก....
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เมื่อได้อ่านดูก็รู้ว่าพ่อรักลูกๆนะคะ ถึงจะไม่พร้อมหลายอย่าง แต่ก็มีพื้นฐานของความรักความผูกพัน
การอยู่แบบครอบครัวเดี่ยวเมื่อมีปัญหาจึงไม่มีตัวช่วย อย่างปู่ย่า ตายาย
ครอบครัวที่ไม่พร้อมในการดูแล
ถึงระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อเด็ก
เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีหน้าที่เข้าคุ้มครองเด็ก
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 อ่านได้ ที่นี่ครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และ ความรู้เพิ่มเติมนะคะ ^v^