หลังจากได้เที่ยวเมืองธรรมชาติเช้าวันจันทร์เริ่มบรรยากาศวิชาการโดยเริ่มจากเยี่ยมมหาวิทยาลัยครูกว่างซี วิทยาเขตหวี่ไฉ่  ซึ่งจุดเด่นในสายตาของครูนกคือ ความใหญ่โตของห้องสมุด ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการค้นคว้าหาความรู้   พบว่านักศึกษาที่นี่อ่านหนังสือย่างจริงจังและมีสมาธิมากๆ ค่ะ

 

                จากนั่นไปเยี่ยมชมศูนย์ดูแลนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งมีข้อมูลว่า นักศึกษาไทยที่มาศึกษาเกี่ยวกับภาษาจีนมีจำนวนมากเป็นอันดับสาม โดยอันดับหนึ่งเป็นนักศึกษาเวียดนาม

 

 

         หลังจากพักรับประทานอาหารเตรียมเข้าห้องเรียนพู่กันจีน หรือ書法(ซูฝ่า) ซึ่งอาจารย์ได้เตรียมอุปกรณ์ให้พวกเราได้มีโอกาสเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้วยการเรียนระยะสั้นๆ ทำให้อาจารย์สอนแบบลัดๆ ความสวยงามก็เลยยังไม่ปรากฏสำหรับครูนก อาจารย์มีแซวว่า ครูนกใจร้อน  อยากบอกอาจารย์ว่า "จริงค่ะ" เป็นคนใจร้อน  หน้าเดียวลากไปลากมาเต็มอย่างรวดเร็วแต่ขาดความสวยงาม

 


               สรุปครูนกยังเป็นนักเรียนการเขียนพู่กันจีนที่ต้องการเวลาฝึกฝนอีกหมื่นลี้ค่ะ  เอาไว้วันหนึ่งมีเวลาว่างเว้นจากภารกิจงานหลักๆ จะขอกลับไปฝึกเขียนอย่างจริงจังอีกสักคราหนึ่งค่ะ