หนังสือเล่มนี้ได้มากจากงานวัดลอยฟ้าเมื่อวันที่ 18 เดือนเมษาปีที่แล้ว ตอนอ่านบทแรกจบเพิ่งรู้ว่าตนเองเข้าใจผิดไปหลายอย่างเกี่ยวกับชีวิต ตอนก่อนอ่านมีคำถามอยู่ในหัวประมาณว่า จะให้นักบวชมาตอบปัญหาเรื่องการทำงานจะตอบได้อย่างไร แต่ท่านกลับตอบได้เหนือสุขเหนือทุกข์ไปเลย เมื่ออ่านจบเล่มอยากจะบอกตนเองว่าขอบคุณมากมาย ขอบคุณตนเองที่เลือกหยิบหนังสือเล่มนี้กลับบ้านมา ในเวลานั้นที่มีเงินในกระเป๋าแบบจำกัดหนังสือเล่มนี้ก็ได้มีโอกาสกลับมาด้วยกัน ผู้เขียนต้องร่วมต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับเพื่อเขียนหนังสือเล่มนี้ถึง ๕ ปีขอชื่นชมในความอดทนและความพยายาม เนื้อหาภายในเล่มก็อัดและตีโจทย์ที่เป็นคำถามชีวิตจะบอกว่าใครหลายคนดิฉันก็ไม่อยากล่วงรู้จิตใจเขาได้ เอาว่าตีโจทย์คำถามที่สะสมอยู่ในจิดใจของดิฉันเองได้แตกละเอียดเลยละค่ะ
ดิฉันดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กมีปัญหาในทุกช่วงวัยที่ชีวิตของดิฉันดำเนินผ่านมา ตั้งแต่เป็นเด็ก ดิฉันก็เป็นลูกอีช่างถาม ถามไปทุกอย่าง ตั้งแต่ว่าทำไมแมวต้องมีขน แล้วทำไมอ.เนินมะปรางต้องเรียกว่าเนินมะปราง(ไม่เห็นมีมะปรางซักต้นมีแต่มะม่วง) ทำไมคนเราต้องกินข้าว แล้วทำไม ทำไม..........เราต้องเกิดมา ทำไมเราต้องทำงาน ทำไมต้องมีเงินใช้ ช่วงรอยต่อเข้ามหาวิทยาลัยดิฉันว่าตนเองมีปัญหากับการปรับตัวแล้ว ตอนนี้รู้สึกปัญหาในการปรับตัวกับการเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานนั้นหนักหน่วงกว่าอีก
" หนึ่งในสี่ของชีวิตวัยผู้ใหญ่อยู่กับการทำงาน หรือที่จริงเกือบสองในสี่หรือครั้งหนึ่งของชีวิตเสียด้วยซ้ำที่เราใช้เวลาอยู่กับงาน หากงานไม่ใช่แหล่งแห่งความสุขใจ และที่ทำงานเป็นความคับข้องใจ หรือทั้งงานและที่ทำงานเต็มไปด้วยความเครียด จะเท่ากับเราทำชีวิตหายไปเสียครึ่งหนึ่ง " คำนำสำนักพิมพ์
สรุปเนื้อหากับประสบการณ์ตามหนังสือ ดูmindmap ประกอบนะค่ะ
๑. แปรเปลี่ยนความคับข้องในที่ทำงาน " ฉันไม่ได้ทำงานอะไร ฉันเพียงแต่ดูแลตนเอง " คือตอบตอบที่องค์ทะไลลามะ ตอบคุณหมอโฮเวิร์ด เพียงคำสั้นช่างจับใจดิฉัน แม้ว่าเราจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ได้ แต่ดิฉันเชื่อค่ะว่าเราดิฉันเปลี่ยนทัศนคติตนเองได้ ใจที่มีความมั่งคง ทำให้ดิฉันสามารถถือกุญแจที่จะไขไปสู่ความสุขได้ในทุกสถานการณ์ แล้วเชื่อมโยงไปยังหลายๆ โอาสที่จะพบได้ในทุกช่วงความท้าทายของชีวิต
๒. เมื่อมนุษย์เป็นปัจจัย หากช่องเก็บเงินทุกช่องประกอบไปด้วยอุปกรณ์เหมือนกัน ของที่วางขายบนชั้นก็เหมือนกัน สิ่งที่ต่างไปก็คือมนุษย์(การแสดงออกที่ต่างไปตามทัศนคติที่ตนมี)
๓. หาเงิน ในโลกปัจจับันการปฏิเสธว่าไม่ได้ทำงานเพื่อเงินคงเป็นเรื่องยาก เพราะแม้กระทั่งเสื้อผ้า, อาหาร, บ้าน, รถ เรียกว่าแทบจะทุกอย่างก็ต้องซื้อหามาด้วยเงิน แต่หากว่าเป็นผู้ปรารถนาความสุขในการทำงานแล้วการผูกมาตราฐานความสำเร็จไว้กับเงิน, อำนาจ หรือชื่อเสียง ย่อมไม่ดีแน่ปัจจัยภายนอกอันหาความมั่นคงไม่ได้นั้นอันตรายยิ่ง
๔. หาความสมดุลระหว่างความเบื่อหน่ายและความท้าทาย (ดูภาพประกอบMind map) เมื่อพบความสมดุลของสองจุดความพึงพอใจจะเชื่อมไปสู่ความท้ามาย อีกทั้งยังสามารถมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่จากความท้าทายนั้นได้ บางคนอาจจะบอกว่าความท้าทายนั้นหายากเหลือเกินในงานของเขา เทคนิคที่หนังสือแนะนำไว้คือการ นำสภาวะFlow เข้ามาช่วยจับ การพุ่งสมาธิปและสติเต็มที่ไปกับกิจกรรมที่ทำอยู่ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าลื่นไหลหรือFlow (ดูลิงค์เชื่อมโยง)
๕. งานรับจ้าง อาชีพ และกระแสเรียก สามคำนี้ดูผ่านๆ ก็เหมือนกันแต่ถ้ามองให้ลึกแล้วต่างๆ กันอย่างมาก อาชีพที่เป็นกระแสเรียกว่าจากinner ของเราจริงๆ นั้นจะทำให้เราฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปได้
๖. ความเข้าใจตนเอง คือการรู้จักตัวตนที่แท้จริง ถ้าหากยังไม่รู้ลิงค์นี้อาจช่วยนี้นำแนวทางได้
๗. งานกับอัตลักษณ์ ชีวิตก็มีหลายด้าน แม้ว่างานจะเกือบเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตก็ตาม แต่ก็ไม่ควรชีวิตไปผูกไว้กับงานทั้งหมด
๘. สัมมาอาชีวะ งานที่ถูกครรลองครองธรรมจะนำมาซึ่งความสบายใจและความสุขในการทำงานได้เสมอ
๙. ความสุขในการทำงาน เกิดได้จากงานที่เติมเต็ม
ขอให้ทุกท่านค้นพบตัวตนที่แท้จริงและได้ทำงานที่รัก(หรือรักในงานที่ทำก็แล้วแต่) ขอให้มีความสุข.....สวัสดี
ป.ล. เว็บของสำนักพิมพ์http://www.suan-spirit.com/book.php?id=115


ขอบคุณนะค่ะ ดอกไม้มาเร็วมาก
ข้อคิดดีมาก ๆ ค่ะ ชื่นชม Mindmap นะคะ ขยันจัง
ขอบคุณค่ะ