ชั่วดีรู้หมด แต่ใจมันอดไม่ได้

สุธี
ทำไมคนถึงมีพฤติกรรมสุขภาพอย่างที่เป็น

กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ครับ

ทำไมคนถึงมีพฤติกรรมสุขภาพอย่างที่เป็น

ทำไมคนถึงยังสูบบุหรี่, กินอาหารไขมัน, ขับรถประมาท ฯลฯ

อธิบายอย่างฝรั่ง ไม่สามารถให้คำตอบมากนักกับปัจจัยภายในจิตใจ แต่สิ่งที่เขาทำได้คือ เน้นการสร้างปัจจัยภายนอกที่ส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี และลดปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่แย่ ผ่านกระบวนการทางสังคม ตั้งแต่การศึกษา, การออกกฎระเบียบข้อบังคับ, การสร้างสิ่งแวดล้อม, การจัดบริการสุขภาพ, การใช้กระบวนการทางสังคม

ดังนั้นจึงมีมาตรการต่างๆ  เช่น การเพิ่มภาษีบุหรี่ การห้ามโฆษณาบุหรี่ การติดฉลากส่วนข้อมูลโภชนาการอาหาร หรือการตั้งด่านสกัดจับ, ติดกล้องดักจับคนขับรถแย่ๆ เป็นต้น

เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดพฤติกรรมแย่ๆ ส่งเสริมพฤติกรรมดีๆ ได้

แล้วคำอธิบายเรื่องกระบวนการที่เกิดขึ้นในใจของคนเหล่านั้นเล่า มีคำอธิบายไหม มีวิธีการจัดการกับกระบวนการในจิตใจไหม

ใช้วิชาจิตวิทยา และพฤติกรรมศาสตร์ ก็จะแยกย่อยส่วนของจิตใจเป็น ความเชื่อ ทัศนคติ การให้คุณค่า ฯลฯ จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์ศึกษาล้วงลึกว่าแต่ละส่วนทำหน้าที่อย่างไร เพื่อเอามาอธิบายพฤติกรรมของคน

แต่ผมชอบคำอธิบายกระบวนการในจิตใจโดยใช้หลักพุทธศาสนามากกว่า เพราะคิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวและศัพท์ที่ใช้ก็คุ้นเคยมากกว่าศัพท์ที่แปลมาจากฝรั่ง

เช่น "ทำไปเพราะขาดสติ" หรือ "ทำเพื่อให้กาย วาจา ใจ เกิดความบริสุทธิ์" หรือ "ทำแล้วได้บุญ" ฯลฯ

ผมอยากจะใช้แนวคิดทางพุทธ มาอธิบายกระบวนการในจิตใจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพ

จะให้ดีไปกว่านั้นอยากจะคิดให้ถึงที่สุดว่า เราจะทำอะไรได้บ้าง ด้วยฐานของแนวคิดแบบนี้ เพื่อให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยง

บล๊อกนี้เป็นงานชิ้นแรกของผมบน gotoknow อยากได้คำแนะนำและความเห็นจากกัลยาณมิตรบนไซเบอร์สเปซแห่งนี้ครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Think_Out_Loud

คำสำคัญ (Tags)#พุทธศาสนา#สุขภาพ#oral_health_promotion

หมายเลขบันทึก: 55459, เขียน: 24 Oct 2006 @ 09:07 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 16:09 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก


ความเห็น (5)

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ค่ะอาจารย์สุธี หากมีคำถามสงสัยเกี่ยวกับการใช้ระบบ ดิฉันอยู่ที่ http://tutorial.gotoknow.org นะค่ะ

คนเราไม่ชอบป้องกันค่ะ แต่ชอบแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วนะค่ะ ประมาณว่า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ค่ะ ต้องให้ได้เจอกับตนเองแล้วเขาถึงจะย่อมหยุดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อสุขภาพของตนค่ะ

ดิฉันเชื่อว่า หลักศาสนาที่ว่า ให้เดินทางสายกลาง เป็นเรื่องที่น่าจะได้รับการ promote มากๆ ค่ะ เพราะถ้าให้ห้ามโดยเด็ดขาด คงยากน่าดูค่ะ

เย้ พี่สุธีมาแล้ว ยินดีต้อนรับค่ะ

ไว้จะแวะมาใหม่ เพื่อมาคุยต่อนะ 

 

คือ "ชั่วดีรู้" แต่ รู้ไม่หมดจริง หรือ รู้ไม่แจ้ง รึเปล่าค่ะ

  • รู้เพราะคนอื่นบอกตามกันมา 
  • รู้ว่าสิ่งที่ทำนี่มันชั่วดีแต่มันยังไม่เห็นผล (เหมือนที่ ดร. จันทวรรณแนะ)
  • รู้ว่าสิ่งที่ทำมันชั่วดีต่อตนเองแต่ไม่เห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆหรือโลกนี้ยังไง
  • รู้แหละแต่ไม่ยอมคิดถึงมันทุกขณะจิต

มัทว่าการเอาหลักพุทธมาอธิบายพฤติกรรมเสี่ยงนั้น พี่สามารถทำได้เลย ไม่มีปัญหา

(เอาเรื่องกิเลส ผัสสะ เรื่องขันธ์ 5 เรื่องการมองไม่เห็นความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันของสรรพสิ่ง  การมองไม่เห็นถึงเหตุปัจจัย มาอธิบาย)



แต่ มัทว่าการเอาหลักพุทธมาเป็นทางแก้นั้นมัน tricky ค่ะ เพราะ

  1. เราควรเชื่อในศักยภาพมนุษย์และพยายามทำใหเค้า้เข้าใจและเปลี่ยนใจได้ด้วยตนเอง หรือ
  2. เราควรหาทางอื่นทำให้เค้าเปลี่ยนพฤติกรรมโดยที่ไม่ต้องรู้แจ้งมองเห็นเหตุปัจจัยและเข้าใจขันธ์ 5 เพียงแต่ใช้ภาษาแบบพุทธให้เข้าใจง่าย

มัทคิดว่าคำตอบคงไม่จำเป็นต้องเป็น "either or" เพียงแต่เราควรใช้ วิธีไหน กับ ใคร หลักพุทธก็มีหลายระดับใช่ไม๊ค่ะ พี่จะใช้กุศโลบาย หรือ พี่จะให้เอาถึงแก่น ก็แล้วแต่คน

หลายคนอาจเห็นว่า คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับว่า อยา้กเห็นผลเร็วหรือช้าแค่ไหน ถ้าอยากเห็นผลเร็ว ก็ทำแบบที่ 2

พี่สุธีมีเป้าหมายเน้นไปทางแบบที่ 1 หรือ แบบที่ 2 ค่ะ เพราะมัทว่ามัทต่างกัน (รึเปล่า)? 

 


 

เขียน รู้ แต่ไม่ทำไว้   ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม  แต่สงสัยว่าทำไมดิ้นรนหาความรู้กันจัง  แต่ที่รู้กลับไม่ทำ