ดิฉันจำวันที่"สึนามิ" คลื่นทะเลลูกใหญ่  ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น  โถมถาเข้าทำลายล้างชายฝั่งทะเลทางภาคใต้ของไทยได้เป็นอย่างดี  วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เหตุที่จำได้แม่นเพราะ  วันนั้นเองเป็นวันที่ชีวิตการงานของดิฉันก็ประสบกับคลื่นลูกใหญ่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนบุกเข้าโจมตีความคิด จิตใจ อย่างหนักเช่นกัน ท่านรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนาธร  ได้เอ่ยกับดิฉัน ขณะที่อยู่ในช่วงพักก่อนเข้าประชุมเรื่อง KM ที่บ้านผู้หว่าน จ.นครปฐม ในวันนั้นว่า " อาจารย์พอจะว่างมาช่วยงาน ด้านประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย ได้ไหมครับ ? "  ช่วงนั้น ดิฉันก็ดันว่างจากตำแหน่งหน้าที่บริหารทั้งปวงอยู่พอดี  จะปฏิเสธ กัลยาณมิตร ที่เคยร่วมงานด้านประกันคุณภาพฯ กันมาโดยตลอด ก็เห็นเป็นการ แล้งน้ำใจ เป็นอย่างยิ่ง (ทั้งที่อยากปฏิสธ) นี่คือที่มา ของตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี ของดิฉัน

ประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ ดิฉันใช้เวลาในการใคร่ครวญไม่มากนัก ก็เป็นเพราะ ท่านรองฯ แจกแจงขอบข่ายหน้าที่ที่ดิฉันจะต้องรับผิดชอบโดยละเอียด หนึ่ง  สอง  สาม สี่  ห้า  ว่าต้องทำงานใดเป็นหลัก และงานใดเป็นรอง ขึ้นตรงต่อใคร บังคับบัญชาใครบ้าง ดิฉันจึงได้คิดในอีกมุมหนึ่งว่า  ถ้ามีเจ้านายเป็นคุณชายละเอียดอย่างงี้ โอกาสเรียนรู้ของดิฉัน มาถึงมือแล้ว แม้จะเป็นบทเรียนที่ยากยิ่ง ลองสักตั้งเป็นงัย

ดิฉันเข้าใจแล้วว่า เหตุใด การประชุมเครือข่าย UKM ครั้งหน้า จึงเลือกเอาเรื่อง การบริหารงานบุคคล เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ  เพราะเรื่องการบริหารงานบุคคล เป็นเรื่องสำคัญมาก และเป็นเรื่องยาก ต้องการความรู้ฝังลึกที่เป็นทั้งศาสตร์และศิล์ป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่านผู้บริหารที่มีประสบการณ์ และประสบผลสำเร็จในการบริหารคนอย่างแท้จริงในทุกๆระดับ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ถ้าท่านยังรู้สึกว่า งานประจำที่ท่านทำอยู่นี้ เป็นงานจับฉ่าย หางานหลักงานรองไม่พบ ให้เขียนออกมาเป็นข้อๆ ก็รู้สึกสับสน  แสดงว่า เจ้านายของท่าน หรือฝ่ายบุคคลในหน่วยงานของท่าน ไม่ได้มอบหมายงานให้ท่านอย่างชัดเจน  แล้วจะให้ทำงานให้ดีมีคุณภาพได้อย่างไร เพราะจะต้องทำอะไรบ้างยังไม่ชัดเจนเลย