จากการศึกษานั่งส่องดูเนื้อพระผงปูนและมวลสารพระสมเด็จ หลากแบบ เท่าที่พอมีอยู่ในมือ


พบว่ามีตั้งแต่

1. อ่อนและแก่ปูนดิบ 


2. อ่อนและแก่ปูนสุก และ


3. อ่อนและแก่ตังอิ้ว


ทั้งสามแบบหลักๆนี้ สามารถแยกย่อยได้เป็นระดับต่างๆ อย่างหยาบๆไม่ต่ำกว่า 10 ระดับ

ที่ทำให้ แม้แต่คิดแค่นี้ ก็มี "ความเป็นไปได้" อย่างน้อย 1000 แบบ ของประเภทเนื้อพระเนื้อผง

แต่ เท่าที่ติดตามดูระบบการปั่นตลาด พระเนื้อผงที่คนในวงการ โดยใช้คำว่า "นิยม" กันมากที่สุด ก็คือ "เนื้อสมดุล"

เพราะ อาจจะ เป็นพระเนื้อผงที่ "ดูมีน้ำมีนวล มีเนื้อหนัง" อวบอิ่ม ไม่อ่อน ไม่แก่ ไม่กระด้าง ไม่ยุ่ย ไม่บวม ฯลฯ

มีความสมดุล ลงตัว ในปัจจัยทั้งสาม

เป็นไปตามหลัก "มัชฌิมาปฏิปทา"

ดังเช่นในพระเนื้อผงองค์นี้ครับ



สิ่งที่เห็นคือ "การงอกของส่วนผสมทั้งสาม ออกมาคลุม อย่างสม่ำเสมอ จนมองไม่เห็นผิวเดิม เนื้อเดิม"

ถ้าส่องที่เนื้อชัดๆ จะยังเห็นทั้งสามองค์ประกอบกำลังงอกอย่างต่อเนื่องอยู่จนทุกวันนี้



จึงทำให้ปกคลุมเม็ดแร่ เม็ดทรายไว้ภายใน

ทำให้เป็นพระแท้ที่ดูมวลสารยากหน่อย ทำปลอมง่าย"กว่า"

นักดูมวลสารมือใหม่อาจจะตีเก๊ไปเลย

เพราะ ถ้ามองเนื้อหลักทั้งสามไม่ออกเป็นโดนแน่ๆ

จึงเป็นนวัตกรรมที่น่าทึ่ง และน่าศึกษาจริงๆครับ

ว่าคิดได้ยังไง และทำได้ยังไง

เพราะ มิใช่ว่า ทำแล้วจะเห็นผลทันที ต้องรออีก 100 ปีเป็นอย่างน้อยครับ

นี่แหละครับที่ผม "ทึ่ง" จริงๆ