วันนี้ผมทุ่มเท ใช้เวลาศึกษา "มวลสาร" พระสมเด็จ ทั้งสามวัด เกือบทั้งวัน

จนพอจะเข้าใจมากกว่าเดิมนิดหน่อย

ว่า....

คนที่บอกว่าดูพระสมเด็จ "เก๊-แท้" โดย การดู "มวลสาร" นั้น 
1. น่าจะหมายถึงอะไร???

2. น่าเชื่อถือได้แค่ไหน????

3. ควรจะดูอย่างไร

และ 
4. ควรจะระวังอะไร จึงจะหนีจากการหยิบ "พระเก๊" ได้ดีที่สุด

โดยการส่องดูพระสมเด็จทั้งหมดที่ผมมีตอนนี้ ทั้ง 3 วัด ที่พบว่า มี 2 แบบใหญ่ๆ คือ

ก. แบบที่เนื้อปูนดิบและปูนสุกงอกคลุมเนื้อเป็นส่วนใหญ่ 
ทำให้มวลสารขนาดเล็กที่ปรากฏที่ผิวเดิมถูกปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น
เห็นแต่มวลสารก้อนใหญ่ๆ ที่มักจะกร่อน ถ้าอยู่ในจุดสัมผัสถึง เช่นตามองค์พระ ฐาน ข้าง หลัง และขอบซุ้ม

ข. แบบที่เนื้อปูนงอกไม่มาก มองเห็นมวลสารที่ผิวชัดเจน เป็นส่วนใหญ่ ที่สามารถประเมินความเก่าของมวลสารที่ปรากฏได้ดีพอสมควร (ถ้ามีสายตาคมพอ)

ดังนั้น เมื่อเทียบเคียงแล้วก็คล้ายกับการดูเม็ดทรายในพระเนื้อดินดิบ


ที่เม็ดทรายจะต้องเหี่ยว กร่อน มน สอดคล้องกับจุดที่ตั้งของมวลสารนั้นๆ

แต่ถ้าองค์พระกร่อนไปบ้าง การดูมวลสารก็จะง่ายมากขึ้นไปอีก



ดังนั้น วิธีการดูที่น่าจะได้ผล ก็คือ การดูความเก่า ความกร่อน ของมวลสาร ที่สอดรับกับที่ตั้งของมวลสารดังกล่าว โดยไม่มีร่องรอยการขัดแต่ง



และถ้าพิจารณาประกอบกับเนื้อ และความเหี่ยวของผิวแล้ว การดูมวลสารก็น่าจะช่วยให้เราหนีจากพระเก๊ได้ดีกว่าการดูเนื้อเพียงอย่างเดียว

แต่ผมคิดว่า....ใครที่เริ่มต้นใหม่ และยังถนัดเพียงอย่างเดียว 
ขอแนะนำให้ใช้วิธีดูเนื้อปูนดิบ ปูนสุก ตั้งอิ้ว ( หลักการข้อที่ 1 2 และ 3)ปลอดภัยกว่าการดูมวลสารครับ


เพราะทั้งชนิด สี จำนวน และ ขนาดของมวลสารนั้น ช่างโรงงานระดับ "ช่างฝีมือ" เขาน่าจะรู้หมดแล้ว
และเตรียมใส่ไว้ให้ส่องกันครบหมดแล้ว


เพราะการแต่งเนื้อให้เก่านั้น น่าจะทำยากกว่าการแต่งมวลสารให้ดูเก่าครับ



วันนี้นั่งส่องสมเด็จทั้งวัน ผมเรียนมาได้ประมาณนี้ครับ


อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ