เ่รื่องราวของเด็กๆขณะปิดเทอม(ตอนที่ 1)
บ้านของเรามีเด็ก 3 คน ภูมิ พี่ชายคนโต ภีม และจ๋าเป็นฝาแฝดชายหญิง ทั้งหมดเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่กำเนิด
สมัยที่ยังเล็กๆในวันเสาร์ อาทิตย์ แม่จะนำลูกๆพรร้อมหลานสาวอีกหนึ่งคน เข้าเมืองเพื่อไปเล่นของเล่นที่สนามเด็กเล่น จากนั้นจะพานั่งรถไปหาดนราทัศน์ที่อยู่ไกลจากตัวเมือง 2 กิโลเมตร หรือ อ่าวมะนาว ที่ห่างออกไป 5 กิโลเมตร เด็กๆได้วิ่งเล่น บนหาดทราย เล่นนำ้ทะเลอย่างสนุกสนาน ตกเย็นจะนำลูกๆไปเล่นที่สนามเด็กเล่นหน้าวัด แม่ก็ได้ออกกำลังกายด้วย
นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา มีเหตุการณ์ความไม่สงบเข้าคืบคลานในพื้นที่ของเรา
ส่งผลต่อการงดกิจกรรมต่างๆที่เด็กๆได้ใช้เวลาของวัยเด็กที่สมบูรณ์แบบในชนบท แต่เรามีโอกสได้อยู่ร่วมกันในบ้านมากขึ้น
แม่จึงเปลี่ยนบทบาทจากไกด์เป็นกุ๊ก ทำอาหารให้ลูกๆรับประทานจนเติบใหญ่ รวมทั้งสัดส่วนของแม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
ปิดเทอมจึงเป็นโอกาสทองของเรา พ่อบอกว่า ให้จัดประสบการณ์ให้ลูกๆได้สัมผัสจะดีกว่าคำบอกเล่า
ประมาณว่า อ่านหนังสือ ร้อยเล่มไม่เท่าเดิืนทางร้อยลี้
ดังนั้นปิดเทอมแต่ละครั้ง ลูกๆมีโอกาสได้เรียนรู้สถานที่ สิ่งแวดล้อม การปรับตัวมากมายเป็นประจำ หลายที่ที่แม่เพิ่งมีโอกาสได้เรียนรู้พร้อมลูกๆโดยมีพ่อเป็นทั้งไกดิและโชเฟอร์
ฉะนั้น สถานที่แถบปริมณฑลภาคกลาง และภาคใต้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผ่านมา
ปิดเทอมปีนี้ แม่มึภารกิจต้องนำนักศึกษา อาจารย์และบุคลา่กรของคณะศึกษาดูงานการเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน
แม่จึงไม่ละท้ิงโอกาสอันงามนี้ ทำทั้งงานและให้ลูกเกิดประสบการณ์ในต่างประเทศครั้งแรก โดยซื้อที่นั่งทัวร์ให้กับทั้งสามคน
เด็กๆขณะปิดเทอมจึงเรียนรู้อาเซียนที่มีเศรษฐกิจดีกว่าไทยในสองประเทศ คือ มาเลย์เซีย สิงคโปร์ ที่ใกล้นราธิวาส วิกฤตินี้จึงเป็นโอกาสสำหรับคนสามจังหวัดชายแดนใต้
เราออกเดินทางโดยรสบัสตั้งแต่ตีสี่ ผ่านด่านสุไหงโกลกเข้าโกตาร์บารูหรือด่านรันตูปันยัง
ลูกๆจึงได้รับปรัสบการณ์ในการใช้พาสพอร์ตผ่านด่านด้วยตนเอง
แม่จึงมีโอกาสเล่าประะวัติศาสตร์ ว่าเมื่อก่อนนั้นรันตูปันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนไทย ใครมานราธิวาสจะต้องพาเขามาเที่ยวและซื้อของเครื่องไฟฟ้า อาหารแห้งจากจีนที่นี่ แต่วันนี้ของรันตูไม่มีภาพนั้นอีกแล้ว ดูเงียบเหงาไม่มีนักท่องเที่ยว
เข้ามหาวิทยาลัย Universiti sain Malaysia ได้เห็นบรรยากาศของมหาวิทยาลัยเมืองนอกที่กว้างขวาง เต็มไปด้ยกลิ่นไอของชาวมาเลเซียและฮินดู
ลูกจึงทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณืบทบาทผู้นำของแม่ มากกว่าทุกๆครั้งที่เราเดินทางเรียนรู้ร่วมกันในบทบาทแม่
ลูกได้เรียนรู้ว่าภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการติดต่อสื่อสาร
ลูกได้รับฟังภาษาอังกฤษจากการฟังบรรยาย ได้เข้าห้องเรียน ห้องแล็บพยาบาล และเข้าห้องนำ้
จึงได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงมื้อแรกในประเทศมาเลเซียได้ลิ้มลองอาหารรสชาติของเพื่อนบ้าน ที่มีนำ้แดงเสริฟ์แทนนำ้เปล่าเป็นวัฒนธรรมที่พบในมาเลเซีย เดินดูวังเก่าแก่ของกลันตัน
.jpg?1383795145)
ประสบการร์การใช้พาสพอร์ตผ่านแดนของคู่แฝด

ประสบการณ์ประเทศมาเลเซียของสองหนุ่ม

แวะมาให้กำลังใจอาจารย์นะครับ
ขอบคุณค่ะ
ถูกต้องครับ.... อ่านหนังสือ ร้อยเล่มไม่เท่าเดิืนทางร้อยลี้ ..