เดินทางมาเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์นศ.ปริญญาโททีกรุงเทพอีกครั้ง ได้เห็นรูปเล่มและตัวต้นฉบับวิทยานิพนธ์ของนศ.แล้ว เกิดคำถามเหมือนชื่อบันทึกขึ้นมาอีกแล้ว เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนจริงๆ

จากประสบการณ์ตั้งแต่กลับมาบ้านเรา ได้ตรวจเอกสารทั้งหลายทั้งปวงที่ใครต่อใครส่งไฟล์มาให้ดูแล้ว เกือบจะร้อยทั้งร้อยที่พิมพ์กันมาแบบที่เรียกว่า ไม่มีรูปแบบ ออกมาสวยงามแต่ถ้าเปิดดูโครงสร้างแล้วจะรู้ว่า พิมพ์อย่างเดียวเลย ไม่ได้ใช้เครื่องมือต่างๆที่ในโปรแกรมมีให้ใช้ ให้เกิดประโยชน์ ทำให้ย้อนกลับมาคิดว่า เราเรียนเราสอนการใช้โปรแกรมพื้นฐานพวกนี้กันมาอย่างไร

สำหรับตัวเองอาจจะถือว่าเป็นความโชคดี ที่เป็นคนชอบอ่านคู่มือจึงจะเรียนรู้สิ่งที่โปรแกรมมีให้ใช้จากคู่มือก่อนเสมอ ไม่ได้อ่านทั้งหมด แต่ก็จะอ่านคร่าวๆเสมอว่ามันทำอะไรได้บ้าง แล้วจากการใช้งานเราจะต้องสงสัยว่า การจะทำอะไรสักอย่างต้องมีตัวช่วย โดยเฉพาะงานที่ทำซ้้ำ ดังนั้นจะต้องหาวิธีว่าในโปรแกรมแต่ละอย่างนั้นทำอย่างไร

ลองถามใครต่อใครที่ได้ตรวจงานให้ก็พบว่าเราต่างคนต่างเรียนรู้กันเองทั้งนั้น นอกจากปัญหาการพิมพ์งานแบบไม่ได้ใช้โปรแกรมให้เกิดประโยชน์เต็มที่แล้ว ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเอกสารอ้างอิงเสมออีกเหมือนกัน เท่าที่พบกับตัวเองตอนนี้จากมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำของบ้านเราสองแห่งแล้ว สงสัยจริงๆว่าจะเป็นทุกที่หรือเปล่า 

ถึงเวลาที่ควรจะทบทวนการเรียนการสอนของเราในเรื่องนี้กันบ้างแล้วนะคะ ถามดูก็พบว่ามีวิชาที่ชื่อน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่รายละเอียดที่สอนนั้นไปไกลเลยภาคปฏิบัติ แต่สำหรับตัวเองแล้วคิดว่า หากก้าวแรกของการทำสิ่งใดๆพื้นฐานไม่ดีเสียแล้ว การที่จะก้าวเดินต่อๆไปให้มั่นคงนั้น น่าจะสำเร็จได้ยากนะคะ

บันทึกไว้ด้วยความอึดอัดขัดใจ ยังดีที่คราวนี้ได้มีโอกาสขอเวลาสอนสิ่งที่คิดว่าเป็นพื้นฐานง่ายๆในการจัดทำเอกสาร กับการใช้โปรแกรมจัดการเอกสารให้นักศึกษาปริญญาโทที่กำลังเรียนอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง และพบว่าสิ่งที่เราสอนเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา ได้แต่ฝากบอกไว้ว่าให้ช่วยกันสอนต่อๆไปด้วย

ทำอย่างไรหนอความรู้ง่ายๆที่ควรต้องใช้ให้เป็นแบบนี้จะเป็นที่รู้กันอย่างทั่วถึงในหมู่นักศึกษาและบุคลากรของเรา