ภาคเรียนที่ ๒ ครูนกวางแผนสำหรับการประเมินทักษะการอ่าน คิดและวิเคราะห์ของเด็กๆ ห้อง ม.๕/๒ และ ม.๕/๓ ผ่านกิจกรรมการอ่านสิ่งที่ต้องอ่านเตรียมมาให้เพื่อนๆ และครูฟังก่อนจะเริ่มเรียนโดยหนึ่งคนต้องออกมาอ่านหนึ่งครั้ง
เริ่มต้นคนที่ต้องปฏิบัติคนแรกคือ ครูนกที่ต้องเลือกเรื่องราวมาอ่านให้เด็กๆ ฟังโดยครูนกเลือกคำสอนของสมเด็จพระยาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกที่พุทธศาสนิกชนควรน้อมนำมาปฏิบัติ ซึ่งกล่าวว่า " ความดีก็ตาม ความชั่วก็ตาม เป็นสิ่งที่ทำได้ ทุกเวลา แต่จะทำสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ ต้องทำทีละอย่าง จึงต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทำอย่างไหน จะทำความดีหรือจะทำความชั่ว อย่ามีใจอ่อนแอโลเลเพราะจะทำให้พ่ายแพ้ ต่ออำนาจของความชั่ว ยอมให้ความชั่วมีอำนาจแย่งเวลาที่ควรทำความดีไปเสีย " ให้ข้อคิดว่า คนเราม๊โอกาสทำและทำชั่วพอๆกัน เราต้องใช้ความอดทนและตั้งใจทำความดี
หลังจากครูนกอ่านก็ต้องเป็นภาระหน้าที่ของเด็กๆ วิธีการครั้งแรกตกลงกันว่า จะจับสลาก แต่สุดท้ายสถานการณ์ทำให้เราเลือกหัวหน้า หลังจากนั้นหัวหน้าก็จะเลือกคนอ่านต่อไป แล้วก็เลือกๆกันต่อไป โดยไม่ซ้ำค่ะ
เมื่อวานทำให้เกิดการอ่านครั้งแรกของเด็กๆ โดยเริ่มจากหัวหน้าของห้อง ม.๕/๓ ซึ่งนักเรียนทำได้ดี เพื่อนๆฟังแล้วประทับใจ สิ่งที่เขาอ่านครูนกเองก็ประทับใจ
เรื่องที่อ่านคือ
ในสมัยก่อนมนุษย์มักนึกว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆเกิดจากพฤติกรรมของผู้มีอำนาจหรือเทพเจ้า อธิเช่นความเชื่อของคนไทยที่เชื่อว่าฟ้าแลบฟ้าร้องเกิดจากการขว้างขวานของรามสูร แท้จริงแล้วทุกความเชื่อล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่ไม่มากก็น้อย
หนึ่งในสัตว์ร้ายที่มนุษย์หวาดกลัวที่สุดคือ"'งู" ศัตรูตัวฉกาจของทอร์ตามตำนานของนอร์ส ไทฟอนอสูรกายงูโบราณผู้มีความแค้นกับราชาแห่งสรวงสวรรค์ซูสในปกรณัมกรีก งูแห่งความโกลาหลที่สามารถกลืนกินแม้กระทั่งโลกของอียิปต์ รวมถึงพญาอสรพิษของไทยผู้มิ
อาจอยู่ร่วมโลกกับพญาครุฑ อีกนามคือพญานาค
ทั้งนี้อาจเพราะความกลัวของมนุษย์ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้จึงทำให้มีการกำเนิดศัตรูของเทพเจ้าเพื่อปกป้องภัยของมนุษย์เอง ถึงในปัจจุบันการนับถือเทพเจ้า ภูต ผี ปีศาจจะถูกพิสูจน์ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ว่าไม่มีอยู่จริงแล้ว แต่ความเชื่อเหล่านี้ถูกนำมาใช้ทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การปกครองหรืออื่นๆอีกมากมาย เช่น สารที่มีฤทธิ์ให้เกิดอาการง่วงหรือนอนหลับ ถูกเรียกในชื่อมอร์ฟีนซึ่งมาจากชื่อเทพแห่งความฝัน"มอร์เฟียส" แสงอัศจรรย์แห่งขั้วโลก"ออโรร่า"แท้จริงแล้วคือชื่อเทพแห่งแสงสุกสกาวยามเช้าตามตำนานของกรีก แม้กระทั่งสัญลักษณ์ทางการแพทย์หรือสาธารณะสุขซึ่งเป็นรูปคฑาที่ประกอบด้วยงูสองตัวพันกันนั่นคือไม้เท้าของอพอลโล เทพแห่งดวงอาทิตย์ ดนตรี กวีและการแพทย์ นั่นรวมถึงการค้นพบระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ต่างๆล้วนถูกเรียกด้วยชื่อของเทพเจ้าตามความเหมาะสมเช่น จูปิเตอร์ พลูโต ยูเรนัส เนปจูน วีนัสและอื่นๆ
จากบทความสั้นๆที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์กันทั้งสิ้น
"ทุกสิ่งอย่างมีความเกี่ยวข้องกัน ในชีวิตประจำวันไม่ว่าฉันหรือเธอ
ไม่ว่าใครจะฉลาดเลิศเลอ ก็คงไม่ละเมอทำข้อสอบได้เต็มแน่นอน"
สรุปสัมพันธ์ของสิ่งที่อ่านได้ดี และประทับใจวัยรุ่นที่ตั้งใจเขาฟังกันทุกคนเลยค่ะ
ดีมากครับ
อยากอ่านเรื่องที่เด็กๆอ่านวันต่อไปอีกค่ะ
ตอนเรียนที่ มศว ประสานมิตร ยังจำมิเคยลืมเลือน(ลำใย) อาจารย์สอนเรื่องการ วัด ประเมินผล ต้อง จำ และเข้าใจ จึงจะนำไปใช้ได้ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้ กระบวนการวิเคราะห์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีที่มาที่ไปคะ ครูนกเจ๋ง จริงๆๆๆๆๆ ทำได้ สุดยอดดดดดดดดด
ชอบบทสรุปค่ะ .... ละเมอทำข้อสอบได้เต็ม ^_,^
ขอบคุณค่ะ ท่านผอ. ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
สวัสดีค่ะ คุณครูkrutoiting
ตั้งใจจะนำมาโพสต์ทุกครั้งค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่าน
พร้อมกับชมภาพกิจกรรมดีๆ ค่ะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ^^
ค่ะ การประเมินต้องมีที่ไปที่มาจริงจะได้ผล
โชคดีที่เคมีเขายังไม่เต็ม...แสดงว่ายังไม่ถึงขั้นละเมอ
ขอบคุณค่ะ หนูต้นเฟิร์น
คิดถึงนะค่ะ ช่วงหลังไม่ค่อยได้เจอกันที่ G2K
ขอบคุณค่ะอาจารย์ธนิตย์
....เริ่มครั้งแรกแต่พบว่า ได้ผลดีได้ฟัง ได้เห็นความสนใจที่หลากหลายของเด็กๆที่สำคัญครูนกอยากฝึกให้เด็กหัดฟังคนอื่นบ้าง