ดอกดาวเรืองดอกไม้เป็นยารักษาโรคเพื่อสุขภาพ

 

ดาวเรือง  ปลูกเป็นไม้ประดับให้ดอกสีเหลืองสวยงาม แต่ต้นอยู่ได้ไม่นานเป็นไม้ล้มลุก ดอกมีกลิ่นหอม นิยมนำไปร้อยมาลัยเป็นพวงโดยใช้ทั้งดอก ไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์  แสดงความยินดี โดยคล้องคอ  หรือคล้องแขน  ฯลฯ ทราบไหมค่ะว่าดอกดาวเรืองนั้นเป็นดอกไม้เป็นยาด้วย สีเหลืองๆนั้นมีประโยชน์มากทีเดียว  แต่ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้ ดอกไม้ที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพิื่อความสวยงามนั้น หลายชนิดมากที่กินได้เป็นยาเช่นเดียวกับพืชผักผลไม้ที่ใช้ทำอาหารประจำ  เช่น ดอกกุหลาบ เฟื้องฟ้า  แพงพวย บัวหลวง ชบา สายน้ำผึ้ง  ฯลฯ

สรรพคุณประโยชนืในด้านสมุนไพรเป็นยามีดังนี้

ดาวเรือง   African marigoid

ใบ     รสหอมชุ่มเย็น พอกแผลฝี ทาแผลเน่าเปื่อย น้ำคั้นจากใบ แก้ปวดหู

ดอก  รสเฝื่อน  แก้ริดสีดวงทวาร แก้ตาเจ็บ ขับเสมหะ และลม ฟอกเลือด กล่อมตับ ขับพิษร้อน

       แก้เวียนศีรษะ แก้ไอกรน ไอหวัด แก้เต้านมอักเสบ แก้คางทูม ทาเรียกเนื้อแผลหายเร็ว แก้หลอดลมอักเสบ

ทั้งต้น  รสหอมชุ่มเย็น แก้ฝีลม ปวดท้องอย่างแรง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ

 

( ขอบคุณสรรพคุณดาวเรือง จากหนังสือเภสัชกรรรมไทยโดย วุฒิ วุฒิธรรรมเวช )

 

 

ดาวเรืองฝรั่ง  ดาวเรืองหม้อ Ganden marigold ,Marigold ,Pot marigold

ลดไขมันในเลือด

สรรพคุณ ดอก แก้ดีซ่าน ขับลม เป็นยาธาตุ ขับพยาธิในท้อง บำรุงผิว สมานผิว

วิธีใช้ นำดอกดาวเรือง 1 กำมือ ต้มน้ำดื่ม เช้า เย็น

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา  ต้านบิด ลดไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ยับนั้งการชัก ต้านเชื้อรา ไวรัส ป้องกันฟันผุ

รายงานผลการทดลอง ค.ศ 1983 ประเทศอินเดีย สารสกัดดอกดาวเรืองลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอร์ไรด์ ได้

 

( ขอบคุณดาวเรืองฝรั่ง ฯจากหนังสือสมุนไพรลดไขมันในเลือด เรียบเรียงโดย ภญ.จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก )

 

 

ดอกดาวเรือง เป็นดอกกลีบอ่อนบาง หากเราไม่นำไปต้มก็นำไปชงชาได้ เพียงกดน้ำร้อนใส่ หรือนำไปตากผึ่งอบให้แห้งเก็บใส่ขวดไว้ ชงชาได้ทุกวันแทนชาอื่นๆบ้างก็ได้ หรือนำกลีบดอกไปใส่สลัด คั้นเป็นน้ำหุงข้าว ทอดไข่เจียว ฯ ดอกไม้ที่ปลูกไว้ใส่ปุ๋ยธรรมชาติก็จะปลอดภัยแต่ถ้าเราไปซื้อดอกไม้มาทำอาหาร ก็ไม่มั่นใจว่าปลูกเลี้ยงด้วยปุ๋ยเคมีหรือเปล่า ก็ต้องระวังให้มากด้วย ทุกวันนี้บ้านไหนปลูกพืชผักผลไม้ดอกไม้ ฯไว้ทำอาหารได้โชคดีมาก ที่มีพื้นที่ให้ปลูกผักกินได้ได้ สุขภาพจะดีถ้าเราปลูกไว้ทำอาหารได้ทุกๆวัน

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณ๊

วันจันทร์ที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ ๒๕๕๖