ข้าวข้าจงเติบใหญ่  สร้างแรงใจให้พ่อข้า
จงหนักเม็ดงามตา ให้แม่ข้าได้ยิ้มบาน

 

เช้ามาพ่อข้าตื่น  แม่ข้ายืนชื่นมื่นขวัญ
ตัวข้าตามไปครัน  มุ่งไปกันกลางทุ่งนา

 

ถึงค่ำอาทิตย์ลับ  แต่ไม่ดับความห่วงใย
แม่นายังใส่ใจ   ดูแลให้เจ้าโตดี

 

เจ้าโตอย่างงดงาม  สดสวยยามพริ้วตามลม
ผองข้าได้ชื่นชม    ดั่งน้ำพรมให้ใจเย็น

 

แต่ยามฟ้าร้องไห้   ก็ทำให้ข้าร้องด้วย
ข้าวข้าล้มร่วงโรย  ใจข้านวยน่วมอ่อนแรง

 

เจ้าล้มแล้วเจ้าเน่า  ผองพวกเรามิช่วยได้
นั่งมองเจ้าจากไป  ความสุขใจข้าจากตาม

 

พ่อแม่ข้าไม่หวั่น  ยังยืนยันว่าสู่ไหว
สายตาหวั่นเพียงใด  ไม่บั่นใจให้หวั่นตาม

 

แม่นาขอจงโปรด  ช่วยพัดโศกให้ชาวนา
ให้ข้าวที่ปลูกมา  ในท้องนาได้ใช้กิน

 

หนทางที่ปลูกเจ้า  อาจยืดยาวหลายวันเดือน
ผองข้ามิแชเชือน  ยังคงเพียรลงมือทำ

 

 

ความสุขของผองข้า  คือเห็นนาข้าวสวยงาม
ความทุกข์จะติดตาม  ในเมื่อยามเจ้าล้มตาย

 

ทั้งความสุขและความทุกข์ของชาวนาก็คือสิ่งเดียวกัน ก็คือ ข้าว นั่นเอง