เมื่อวานลูกและเพื่อนๆ ของลูกชวนไปดูหนังเรื่องโดราเอมอน เดอะมูฟวี่ 2013 ก็ไม่ผิดหวังครับ ตอนนี้ยังคงกลิ่นอายของจินตนาการตอนเด็กๆไว้ครบถ้วน ผมดูไปก็พร้อมกับความตื่นเต้น มันเป็นความรู้สึกเดิมตั้งแต่รู้จักโดราเอมอนเมื่อราวๆ สามสิบปีก่อน ผมชอบที่สุดก็ตอนที่โดราเอม่อน และโนบิตะ ใส่ค๊อปเตอร์ไม้บินขึ้นฟ้า แล้วเห็นโลกกว้าง ภาพนี้ผมดูยังไงก็ไม่เบื่อ แน่หละทั้งเรื่องยังคงเป็นการผจญภัยของเจ้าแมวหุ่นยนต์จากโลกอนาคต และเด็กประถม ที่ดูไม่ได้เรื่องไปทุกเรื่อง เรียนก็ไม่เก่ง ขี้ขลาด ตัดสินใจอะไรก็งงๆ ไม่ป๊อปในหมู่เพื่อน แถมชอบทำอะไรโง่ๆ อยู่บ่อยๆให้โดราเอม่อนต้องตามไปแก้ปัญหาด้วยเครื่องมือสุดวิเศษทั้งหลาย

แน่หละตอนนี้ก็เป็นอีกตอน ต้องบอกคุณครับขนาดผมอายุสี่สิบกว่าแล้วยังอดทึ่งกับจินตนาการของหนังไม่ได้ จะให้เล่ารายละเอียดคงไม่บังควร คุณควรพาลูกๆ ไปดูดีกว่า บอกได้เลยครับ เป็นหนังที่ดูได้ทั้งครอบครัว เพราะน่าจะเป็นการ์ตูนเรื่องเดี่ยวที่ทั้งผู้ใหญ่กับเด็กดูร่วมกันได้ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ในสังคมเรา ผมเชื่อว่าเคยหลงไหลการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน พอไปดูอีกครั้งมันทำให้เราจำ "จินตนาการ" ของเรายามเด็กได้ เป็นอะไรที่แสนวิเศษมากๆ
แต่คุณคงสังสัยเหมือนกับผม.. โดราเอม่อนสอนอะไร เพราะตัวละคร เงอะงะ เรียกว่าหาความเป็นฮีโร่ไม่เจอเลยตั้งแต่บุคลิกภาพ ความฉลาด เอาไปว่าไม่มีเลย... สอนอะไรครับ.. ผมนั่งดูจนจบก็พบเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งคือ.. การที่โดราเอม่อนชื่นชมโนบิตะครับ แมววิเศษชมว่า "..โนบิตะจะว่าไป ถึงจะไม่ค่อยเข้าท่า เซ่อซ่า สร้างปัญหาก็จริง แต่โนบิตะเป็นคนดี จริงใจ มีน้ำใจมากๆ..

ผมว่านิสัยน่ารักของโนบิตะ นี่แหละอาจเป็นหัวใจของทุกสิ่งทุกอย่างพฤติกรรมของโนบิตะ ทำให้ผมนึกถึงทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่า Everyday Leadership หรือ Lollypop Leadership หรือผู้นำน่ารัก .. อ้อมีด้วยเหรือ มีครับ Drew Dudley เป็นคนที่คิดคำนี้ขึ้นมา จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาเอง ที่เขาพบว่าจริงๆ แล้วมีคนธรรมดา ที่ทำอะไร หรือพูดอะไรง่ายๆ แต่กลับทำให้ใครบางคนเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่เราคาดไม่ถึง ตัวเขาเองหรือดัดเล่ย์ก็มีคนมาบอกว่า หลายปีก่อนเขาเคยเปลี่ยนชีวิตเขา โดยวันหนึ่งเป็นวันที่ผู้หญิงคนนั้นพึ่งจากอ้อมอกพ่อแม่มาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอรู้สึกไม่อยากเรียนมากๆ ไม่ชอบที่เรียนที่ใหม่ จนเกือบถอดใจแล้ว แต่เผอิญดัดเล่ย์ เอาอมยิ้มไปแจกเพื่อประชาสัมพันธ์ชมรม โดยได้ยื่นอมยิ้มให้เด็กใหม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยบอกว่า ให้ส่งอมยิ้มให้ผู้หญิงที่สวยที่สุดที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่สุดสุภาพสตรีท่านนั้นก็หายเครียด เกิดความรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยเป็นบ้าน และก็ไม่คิดกลับไปอีก ต่อมาทั้งสองแต่งงานกัน.. และวันหนึ่งผู้หญิงคนนั้นก็มาบอกดัดเล่ห์ว่าการยื่นอมยิ้มครั้งนั้นของดัดเล่ย์ เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ดัดเล่ย์เรียกห้วงขณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตอนนั้นว่า "ห้วงเวลาอมยิ้ม (Lollipop Moment)” และบอกว่าในชีวิตคนเรา หลายครั้งทีีชีวิตเราเปลี่ยน เปลี่ยนก็เพราะห้วงเวลาอมยิ้มนี่เอง ที่มีใครสักคนหยิบยื่นเรื่องดีๆ หรือคำพูดดีๆ ให้เราจนทำให้เราเปลี่ยนไป และอยากให้พวกเราเห็นความสำคัญของเรื่องดีๆ นี้ และบอกว่าถ้าดูดีแล้ว เราสามารถเรียกปรากฏการณ์ที่แสนพิเศษนี้ว่าภาวะผู้นำแบบอมยิ้ม (Lollipop Leadership) ที่เขาบอกว่านี่แหละคือภาวะผู้นำที่แท้จริง และใครๆก็สามารถหยิบยื่นเรื่องราวดีๆ หรือการช่วยเหลือดีๆ ให้กับใครก็ได้ ที่อยู่รอบตัวเราในชีวิตประจำวัน
จะว่าไปดัดลี่ย์บอกว่าคนเราทุกวันนี้มักมองเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership) เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เข้าไม่ถึง เราให้ค่าเกินจริงๆ จริงแล้วภาวะผู้นำเกิดขึ้นได้ทุกวัน กับเหตุการณ์การง่ายๆ เราในฐานะคนธรรดาสามารถเป็นผู้นำได้ เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ด้วยมอบอะไรดีๆง่ายๆ ให้คนอื่นที่อยู่รอบตัวเรา กลับมาที่โนบิตะ ผมว่าคนเป็น Lollipop Leadership นี่กระมัง ที่ทำให้โนบิตะ เป็นที่่รักนับถือของโดราเอมอน ด้วยนิสัยดีๆ ซื่อๆ ที่ถึงแม้จะเปิ่น ย่ำแย่ และไม่ฉลาดแค่ไหนกับชนะใจเพื่อนๆ และได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน จนสามารถกู้โลกได้หลายครับ
ผมเองชีิวิตเปลี่ยนจากการที่วันหนึ่งผมไปที่วัดป่าธรรมอุทยาน แล้วไปกวาดวัดคนเดียว แม่ชีรูปหนึ่งเดินผ่านมา ก็ทักว่า "กวาดพื้น นี่กวาดเป็นหรือเปล่า" .. ท่านหมายถึงเราได้ดูกายดูใจไปด้วยไหม.. นั่นแหละครับ คำทักง่ายๆ ที่ทำให้ผมสนใจมาบวขที่วัดป่าแห่งนี้ เมื่อปีก่อน บวชไปสามเดือน... ซึ่งต่อมาการที่ผมเป็นอาจารย์ ผมก็มีส่วนจุดประกายให้นักศึกษา ศิษย์เก่าไปวัดอีกมาก จนขยายไปถึงครอบครัวของลูกศิษย์อีกนับไม่ถ้วน ท่านคงคาดไม่ถึง ว่าการทักเพียงครั้งเดียว ส่งผลไปไกลขนาดไหน.. ในมุมมองของผม ท่านแม่ชีิ เป็นผู้นำตัวจริงของผมเลยหล่ะ
จะว่าไปด้วยภาวะผู้นำอมยิ้ม ที่สร้าง "ห้วงเวลาอมยิ้ม" ให้คนรอบตัวของโนบิตะนี่เองที่อยู่เบื้องหลังขีดความสามารถทั้งปวงของเด็กประถมคนหนึ่ง ที่สามารถทำให้เขากู้โลกได้ และผมเชื่อว่าคุณคงเห็นเช่นกันว่าเรื่องนี้สำคัญขนาดไหน.. สรุปแล้ว คิดดี พูดดี ทำดีเสมอครับ คุณจะเปลี่ยนโลกได้เสมอ
วันนี้พอเท่านี้ครับ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
Reference:
The first picture retreived Oct 19, 2013 from http://movie.siamha.com/
The second picture retreived Oct 19, 2013http://men.postjung.com/697423.html
เป็นแฟนโดราเอม่อนเช่นกันค่ะ แต่นึกไม่ถึงภาวะผู้นำแบบโนบิตะ ขอบคุณนะคะที่เพิ่มมุมมอง ทำให้นึกถึงตอนทำงาน มีหลายครั้งที่คนที่ประสบความสำเร็จในงานเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเก่ง แหยๆ แต่เพื่อนร่วมงานอยากช่วยเหลือเพราะเขาไม่เก่ง…แต่บางคนที่ความรู้ดี งานเก่ง บุคลิกภาพเด่น เพื่อนมักไม่ค่อยช่วย เผลอๆอิจฉาอีก…เข้าทำนอง ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย…แบบนี้ท่านอาจารย์มีความเห็นว่าอย่างไรค่ะ
ชอบจุง แต่หาปุ่มกด Like ไม่เจอค่ะ อิอิ
Lollipop moment มีจริง มันเกิดขึ้นแค่เสี้ยววินาที ที่พลิกผันชีวิตได้ค่ะ