การจัดการความรู้เป็นเรื่องที่เราต้องมีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ อีกทั้งต้องใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง เมื่อเราทำได้เช่นนี้เราก็จะเป็นผู้ชนะทั้งคู่

Win – Win  การสื่อความหมายให้คนอื่นเข้าใจก็ถือว่าเป็นการจัดการความรู้อีกอย่างหนึ่ง แต่สำหรับการจัดการความรู้แบบวิน วิน (Win – Win) ที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ขออนุญาตต้องแปลเป็นภาษาฝรั่งที่พี่น้องเราเข้าใจกันดีคือ ชนะทั้งคู่ และที่สำคัญห้ามแปลเป็นภาษาอีสานนะครับเดี๋ยวจะปวดหัวไปกันใหญ่ เพราะว่า วิน-วิน ถ้าแปลเป็นภาษาอีสานจะหมายถึงปวดหัวเป็นสองเท่า

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การจัดการความรู้อย่างไร  การจัดการความรู้ในองค์กรนั้นแน่นอนครับในการที่จะมาจัดการความรู้จะต้องมีคนหลายฝ่าย หรืออาจจะหลายหน่วยงาน ที่มีเป้าหมายในการที่จะแก้ไข หรือดำเนินการในเรื่องที่คล้ายคลึงกันได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันซึ่งอาจมีหลายระดับ ซึ่งอาจจะมีทั้งคุณอำนวย คุณกิจ และคุณประสาน ในกระบวนการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แน่นอนครับในการที่จะทำให้เกิดการจัดการความรู้แบบสมบูรณ์ ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ต้องเปิดใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Shearing and Learning) อีกทั้งต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยเช่นกัน (Care) จึงจะทำให้สัมฤทธิ์ผลที่ตั้งไว้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> การจัดการความรู้แบบ Win – Win  จากประสบการณ์การพัฒนาอาชีพการเพาะเห็ดบ้านสว่าง ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ของผมและทีมงานในปีที่ผ่านมาซึ่งเราทำงานแล้วได้ผลในระดับดี ซึ่งครั้งแรกเราก็ยังไม่คุ้นชินกับการจัดการความรู้ (Knowledge  Management) ครั้นหลังจากที่ผมได้มาเรียนรู้ KM. ที่ สคส. กับ ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช อาจารย์ ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด และพี่ๆ น้องๆ ที่แสนจะใจดีทุกคนใน สคส. จึงทำให้ผมต้องร้อง อ๋อ ขึ้นมาทันที นั่นแหละคือการจัดการความรู้ KM. แบบลูกทุ่งของผม ถึงแม้นครั้งแรกที่เราทำก็ลองถูกลองผิดกันไปเรื่อยแต่สุดท้ายก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนกระทั่งสามารถแก้ปัญหา และพัฒนาอาชีพของตนเองได้อย่างยั่งยืน </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">Win – Win  อย่างไร  จากความสำเร็จที่เราได้ดำเนินการกับกลุ่มเพาะเห็ดบ้านสว่าง นั้นมีขั้นตอนดังนี้ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            การเลือกพื้นที่  ในการเลือกพื้นที่นั้นครั้งแรกเราได้เข้าไปสอบถามข้อมูลกับพัฒนาชุมชนจังหวัดว่าที่ใดเขามีการเพาะเห็ดบ้าง ซึ่งเขาก็บอกมาอย่างหลากหลายมาก แล้วเราก็มาประชุมในทีมงาน จึงตัดสินใจเอากลุ่มเห็ดบ้านสว่าง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกมากที่สุด</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            การสร้างความคุ้นเคย หลังจากที่เราตกลงเลือกพื้นที่เสร็จเราก็เข้าไปหาประธานกลุ่มเพื่อทำความรู้จัก และสร้างความคุ้นเคย พร้อมได้นัดประชุมกลุ่ม เพื่อแจ้งถึงวัตถุประสงค์ของการเข้ามาของเรา (ขายแนวคิด) ว่ากลุ่มมีความสนใจหรือไม่ เพราะว่าที่เราเข้ามาทำงานพัฒนาในครั้งนี้ ที่สำคัญเราไม่มีเงินมาให้ แต่เราจะมาให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรืออาจจะมีบ้างในเรื่องของวัสดุฝึกทดลองเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ทุกฝ่ายจึงตกลงปลงใจว่าเราจะร่วมขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาอาชีพด้วยกัน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            กระบวนการขับเคลื่อน KM.  ในเริ่มแรกเราใช้กระบวนการ SWOT ตามสูตรของ รศ.ดร. ณรงค์ และ รศ.ดร.นันทิยา   หุตานุวัตร เข้าไปวิเคราะห์ กลุ่ม เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค(ปัญหา)  และโอกาสอย่างแท้จริง สุดท้ายเราจึงพบว่าสิ่งที่ต้องแก้ไขปัญหาหลักคือการผลิตหัวเชื้อเห็ดที่มีคุณภาพ  เนื่องจากกลุ่มไม่สามารถผลิตหัวเชื้อเองได้</p><p>             การจัดการความรู้  หลังจากที่ทราบปัญหาอย่างแท้จริงแล้วเราจึงเข้าสู่การจัดการความรู้ คือมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการผลิตหัวเชื้อเองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สุดท้ายได้กสามารถผลิตหัวเชื้อเห็ดใช้เองภายในกลุ่ม อีกทั้งสามารถผลิตขายทั้งเห็ดที่เพาะเองและเห็ดป่า เช่น เห็ดเผาะ เห็ดผึ้ง ทั่วภาคอีสาน Win – Win  ทั้งคู่ จากแนวทางการทำงานของทีมเราดังที่กล่าวมา ผมจึดคิดว่าน่าจะเป็นการจัดการความรู้ด้านการพัฒนาอาชีพการเพาะเห็ด และจากผลสำเร็จดังกล่าวเราจึงถือว่า Win – Win  ทั้งนักวิจัย และกลุ่มเกษตรกร </p><p>ขอบคุณครับ</p><p> อุทัย   อันพิมพ์ </p><p>18 ตุลาคม  2549</p>