ต้นสะตือใหญ๋ หมู่ที่ ๙ ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ต้นสะตือใหญ่

ต้นสะตือใหญ่นี้ ลำต้นตรง สูง ใหญ่ อายุมากกว่า 200 ปี อยู่หลังบ้านเกิดผมเมื่อ 70 ปีก่อนโน้นที่บ้านโพธิ์ล้ม หมู่ที่ 9 ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เมื่อผมเกิดจำความได้ต้นก็เท่านี้ จนเมื่อสองสามเดือนก่อนผมไปเก็บภาพไปเดินลูบคลำลำต้นก็ดูขนาดไม่แตกต่างกัน แต่กิ่งก้านสูงขึ้นโหนเล่นไม่ถึงเหมือนก่อนเมื่อผมยังเด็กอยู่ เมื่อเด็กๆ จะโหนกิ่งเล่นต้องให้ผู้มีวัยสูงกว่าโหนให้เพื่อขึ้นไปนั่งโยกกิ่งสะตือขึ้นลงหรือแกว่งไปมาสนุกไปตามวัยในสมัยอายุ 7- 8ขวบ เมื่อ 60 ปีก่อนโน้น ก่อนที่จะเล่นกิ่งสะตือ ปู่ย่า ตายาย หรือพ่อแม่ มักจะบอกว่าให้ขอตาอ่วมผู้ปลูกต้นสะตือนี้ ก่อนเล่นกิ่งสะตือ มิฉะนั้นจะไม่ปลอดภัยเดี๋ยวตาอ่วมจะผลัก พลัดตกจากกิ่งสะตือได้ ผมมาคิดดูว่าที่ตกจากกิ่งสะตือคงเป็นเพราะพวกเราเป็นเด็กตัวเล็ก เกาะยึดไม่มั่นคงแล้วโยกกันแรงๆ ก็น่าจะตกอยู่หรอก ตกลงมาถ้าจุกหน้าอกแน่นิ่งต้องโดดข้าม แล้วยกปีกแขนสองข้างเขย่าแรงๆ ก็หายจุก ไม่มีมีเด็กแขนหัก ขาหัก หรือ คอหักตายเลย อาจจะเป็นเพราะตาอ่วมเจ้าของต้นสะตือท่านมีความเมตตาต่อลูกหลานท่านกระมัง กลางคืนไปไหนมากลับมาค่ำๆ หรือดึกหน่อยก็ต้องหาเพื่อนเดินผ่านเพราะมันครึ้มน่ากลัวมากในเวลากลางคืน เวลากลางวันหากไม่มีคนนั่งเล่นอยู่แถวต้นสะตือ ผมยังต้องวิ่งไม่เหลียวหลังทีเดียว ช่วงวันตรุษและสงกรานต์มีหนุ่มสาวมารวมเล่นลำวง ลูกช่วงกันบริเวณใต้ต้นสะตือเป็นประจำทุกปีเดี๋ยวนี้ประเพณีจืดจางไปนานแล้ว

ขณะนี้ผมมีอายุ 72 ปี แล้ว เพิ่งจะมารู้ว่าตาอ่วมเป็นบรรพบุรุษตาทวดๆ ของผมเมื่อประมาณ 4-5 ปีนี้เองว่า ตาขาวเป็นลูกตาอ่วม(ผู้ปลูกต้นสะตือใหญ่) มีภรรยาชื่อยายชุ่ม เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัตินามสกุลแล้ว ตาขาวไปอำเภอขอตั้งชื่อสกุล ปลัดอำเภอถามว่า แกเตรียมชื่อสกุลมาหรือยัง ตาขาวบอกปลัดไปว่า ยังไม่ได้เตรียมมาครับใต้เท้า ปลัดอำเภอถามอีกว่า พ่อแกชื่ออะไร ตาขาวตอบว่า ชื่ออ่วมขอรับ ปลัดอำเภอร้องอ๋อ ตาอ่วมนี้คนรู้จักทั้งตำบลท่าวุ้ง เป็นคนปลูกต้นสะตือไว้หลังบ้าน ดังนั้นก็เอา อ่วมท่าวุ้ง เป็นชื่อสกุลไปก็แล้วกัน ดีไหม ตาขาวตอบว่า ดีขอรับใต้เท้า

ตาขาวยายชุ่ม ตาทวดของผม จึงมีนามสกุลว่า อ่วมท่าวุ้ง ตาขาวยายชุ่ม มีบุตรธิดาดังนี้

1 ยายโล่ 2 ตาแร่ม 3 นางบาง 4 นางใบ 5 ตากล้วย รวม 5 คน ยายโล่ได้สามีชื่อตาอ่ำนามสกุลเสือมา ปลัดอำเภอตั้งชื่อสกุลให้เหมือนกัน ตาอ่ำไปอำเภอขอตั้งชื่อสกุลท่าทางอาจหาญเสียงดังฟังชัดกิตติศัพท์ระบือไปทั่วตำบลบางคู้ว่าเป็นนักเลง นักเลงสมัยก่อนไม่ใช้นักเลงอันธพาลอย่างสมัยอันธพาลผยองดังสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หรือนักเลงเกเรอย่างสมัยนี้หากพูดว่าใจนักเลงก็จะเข้าใจความหมายคำว่านักเลงดี ตาอ่ำไปอำเภอขอตั้งชื่อสกุลเสียงดังฟังชัดมีความเป็นนักเลงนอบน้อมถ่อมตน นักเลงก็เหมือนเสือ วันนี้เสือมาอำเภอ เอานามสกุล เสือมา ไปก็แล้วกัน นี่คือที่ไปที่มาของนามสกุลบรรพบุรุษของผมตาอ่ำและยายโล่มีบุตรสาวชื่อนางถุงเงิน คือแม่ของผมนั่นเอง

ชื่อสกุลสมัยก่อนเป็นบริการของปลัดอำเภอตั้งให้เสียเป็นส่วนมาก ไม่มีพระภิกษุ ผู้ชำนาญการหรือตำราการตั้งชื่อสกุลอย่างสมัยนี้ ทางภาคอีสานปลัดอำเภอก็จะเอาชื่ออำเภอมาผสมเพื่อบอกถิ่นที่อยู่ภูมิลำเนาตามชื่ออำเภอ ทางภาคกลางหากมีกล้ากสิกรแข็งกสิกิจ แรงกสิกรณ์ เชื่อได้ว่าเป็นคนที่บรรพบุรุษอยู่แถวอุทัยธานีแน่นอน ถ้าเป็นคนแถวอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ก็ต้องมีกระต่ายพ่วงด้วยนี่เป็นเกล็ดเล็กน้อยของท่านปลัดอำเภอในการตั้งชื่อสกุลสมัยอดีตกาลนานมาแล้ว

หมายเหตุ : ลงพิมพ์ในหนังสือคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 895 ประจำวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558


------------------------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมหมาย ฉัตรทอง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ดีมาก