ข้อ 1. โจทก์เป็นบุตรของนายจันทร์ มกรา ปรากฏตามสำเนาสูติบัตรของโจทก์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

นายจันทร์ มกรา เป็นบุตร ของนายเอก มกรา ปรากฏตามสำเนาสูติบัตรของเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2

นายเอก มกรา มีทายาทเพียงสองคน คือนายจันทร์ มกรา บิดาของโจทก์ และจำเลย

นายเอก มกรา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2553 ปรากฏตามสำเนาใบมรณบัตรของนายเอก มกรา เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3

*จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเอก มกรา ตามคำสั่งของศาลแพ่งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 ในคดีหมายเลขแดงที่ 1234/2553 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำสั่งศาล

เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4

* ข้อ 2. ก่อนเสียชีวิตนายเอก มกรา ทำพินัยกรรมมีข้อกำหนดยกทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินฝากในธนาคารให้แก่นายจันทร์ มกรา บิดาของโจทก์และยกที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 100 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 22 บนที่ดินให้แก่จำเลย ในพินัยกรรมของนายเอก มกรา มีจำเลยซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมกับบุคคลอื่นหนึ่งคนลงชื่อเป็นพยาน รายละเอียดปรากฏตามสำเนาพินัยกรรม เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5

* เมื่อจำเลยเป็นผู้รับพินัยกรรมลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรม ข้อกำหนดในพินัยกรรมของนายเอก มกรา ส่วนที่ยกทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินและบ้านบนที่ดินให้แก่จำเลยจึงเป็นโมฆะที่ดินและบ้านดังกล่าวจึงเป็นมรดกของนายเอก มกรา ที่ตกทอดแก่ทายาทของนายเอก มกรา คือนายจันทร์ มกรา บิดาของโจทก์และจำเลยคนละครึ่งตามกฎหมาย

*ต่อมานายจันทร์ มกรา บิดาของโจทก์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ปรากฏตามสำเนาใบมรณบัตรของนายจันทร์ มกรา เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 6 กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านดังกล่าวครึ่งหนึ่ง จึงเป็นมรดกของนายจันทร์ มกรา บิดาของโจทก์และตกทอดแก่โจทก์ตามกฎหมาย ปัจจุบันที่ดินและบ้านดังกล่าวยังคงมีชื่อนายเอก มกรา ผู้ตาย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่

*ข้อ 3. โจทก์ติดต่อให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ตามสิทธิของโจทก์แต่จำเลยปฏิเสธโดยอ้างว่าโจทก์ไม่มีสิทธิใดๆในที่ดินและบ้านดังกล่าว

*การกระทำของจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทของนายเอก มกรา ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 100 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 22 บนที่ดิน จากชื่อนายเอก มกรา ผู้ตาย ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ใช้คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องขอให้จำเลยชดใช้ราคาครึ่งหนึ่งของที่ดินและบ้านซึ่งปัจจุบันมีราคา 10, 000,000 บาท คิดเป็นเงิน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์ครบถ้วน

*ก่อนฟ้องโจทก์ได้มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงจำเลย จำเลยได้รับแล้วเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือบอกกล่าวและใบตอบรับของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 7 -8

*โจทก์ไม่มีทางบังคับจำเลยได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งบังคับจำเลยต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

คำขอท้ายฟ้อง

*ข้อ 1. ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 100 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 22 บนที่ดิน จากชื่อนายเอก มกรา ผู้ตาย ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ใช้คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องขอให้จำเลยชดใช้ราคาครึ่งหนึ่งของที่ดินและบ้านเป็นเงิน 5, 000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์ครบถ้วน

*ข้อ 2. ขอให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์

หมายเหตุที่ทำ * คือย่อหน้า