ผมชอบหุงและกินข้าวที่ปลูกเองเพราะมันหอมมาก เป็นข้าวหอมมะลิ เก็บเกี่ยวเอง และสีด้วยโรงสีขนาดเล็กของชาวบ้านในชุมชน ที่บ้านห้วยส้ม สันป่าตอง เชียงหใหม่ แต่เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปต่างจังหวัด พอกลับถึงบ้านก็หุงข้าวกินอย่างที่เคยทำ ก็พบว่ารสชาติและกลิ่นข้าวหอมเปลี่ยนไปมาก ทำให้เห็นเหตุผลหลายอย่างของวิถีสังคมและปฏิสัมพันธ์กับถิ่นอาศัยของผู้คน รวมทั้งได้ครุ่นคิดและเกิดไอเดียที่ดีหลายอย่างต่อการนำไปใช้ทำงานและดำเนินชีวิตต่อไป .....

๑) การสร้างกรอบการมองโลกให้เชื่อมโยงไปถึงมิติการดำเนินชีวิต (Practical-Based Frame of Referrence)

ความหอมและความเป็นข้าวใหม่ของข้าวนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ข้าวนาปีรอบใหม่กำลังโต ข้าวใหม่ในรอบการทำนาที่ผ่านมาก็เริ่มหมดยางข้าว หมดความหอมกรุ่น เพียงสัปดาห์เดียวก็ต่างกันอย่างลิบลับ สะท้อนถึงการมีระยะเวลาจำเพาะซึ่งสัมพันธ์กับห้วงเวลาของการเพาะปลูก มีเหตุผลของการเลือกสรรพันธุ์ข้าว กระบวนการผลิตและบริโภค เห็นมิติสังคมวัฒนธรรม และเห็นมิติชีวิตจิตใจหลายอย่าง ที่เคลื่อนไหวไปรอบๆกระบวนการในธรรมชาติของถิ่นอาศัย ผมเลยยิ่งได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นของช่องว่างและข้อต่อที่ขาดหายหลายมิติที่วิธีการทางความรู้และกระบวนการเรียนรู้ของสังคมสมัยใหม่ จะไม่สามารถเข้าใจและไม่สามารถพาผู้คนไปเกิดประสบการณ์เพื่อเข้าถึงความเป็นจริงหลายอย่างในวิถีชีวิตตนเองได้

คำว่า 'ข้าวใหม่' 'ข้าวหอม' และ 'ลมล่องข้าวเบา'และอีกหลายอย่างที่เราเคยได้ยินการสืบทอดไว้ในเพลงและในหลายแหล่งนั้น เป็นสภาวะการจัดวางทางความหมาย บนหลายองค์ประกอบของชีวิตสังคมที่ลึกซึ้งมากอย่างยิ่ง

๒) ความเป็นจริงมีชีวิตและมีพลวัตรไปตามชุดเหตุปัจจัยที่ปฏิสัมพันธ์กันบนเงื่อนไขจำเพาะบริบท

ปีนี้ ผมปลูกข้าวหอมมะลิอีก ข้าวกำลังโต แต่ก็แล้งและน้ำจากฤดูฝนก็ไม่มีความสม่ำเสมอ เมื่อเว้นช่วงก็ขาดหายและแล้งร้อน ขาดน้ำท่าทำนา เมื่อจะตกก็ตกจนล้นเหลือ พ่อหลวง แก่ฝาย และกรรมการหมู่บ้าน ระดมชาวบ้านไปช่วยกันขุดลอกคลอง และในหมู่ชาวบ้านเองก็มีวิธีจัดการกันเองร่วมด้วยหลายอย่าง บ้างก็แบ่งปันกัน บ้างก็เกิดการแอบลักเปิดน้ำจากนาข้าวกัน แม้จะดูเสมือนมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วมีมิติของเหตุผลของชีวิตกับการอยู่ร่วมกันที่มากกว่านั้น แล้วก็ไม่ใช่เป็นความผิดปรกติ หากมองหลายๆสิ่งให้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ก็เห็นเหตุผลและความเป็นจริงจำเพาะบริบท ที่ประกอบสร้างกันขึ้นเพื่อเป็นการจัดการชุมชนของการอยู่ร่วมกันภายใต้สภาวการณ์หนึ่งๆเท่านั้น หากแยกส่วนบางองค์ประกอบออกไปพิจารณาให้เบ็ดเสร็จตายตัว ก็จะใช้อธิบายอีกหลายอย่าง ที่มีพลวัตรไปด้วยกัน ไม่ได้

๓) ความมั่นคงทางอาหารกับการสร้างพื้นฐานชีวิตเพื่อการทำงานระยะยาว

การปลูกข้าวเอาไว้กินนั้น ผมทำนาข้าวขนาดเพียง ๘๐ กว่าตารางวาหรือไม่ถึง ๑ งาน ผมอาศัยกล้าข้าวจากชาวบ้านและยังจ้างชาวบ้านดำให้ตามแต่กล้าข้าวจะมีเหลือให้ ซึ่งถ้าหากเหลือให้เลือกได้ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว สองปีนี้ผมก็จะเลือกข้าวเจ้า เพราะปีแรกๆผมเลือกปลูกข้าวเหนียว เอามาสีนึ่งกินอย่างเดียวยังไม่พอ ผมก็เอามาทำข้าวหลามทั้งกินเองและไล่แจกหมู่มิตรกับญาติพี่น้อง ผลก็คืออ้วนท้วนบึ่กบั่กอย่างทันตาเห็น เลยลดกินข้าวเหนียวหันมากินข้าวเจ้าเป็นหลัก

ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียวนนั้นปลูกโดยไม่ต้องดูแลด้วยปุ๋ยหรือฉีดสารเคมี ดูแลด้วยการตัดหญ้าตามคันนาและคอยไขน้ำเข้าไขน้ำออกให้พอดีอย่างเดียว ก็ได้ข้าวเปลอก ๗-๘ กระสอบปุ๋ย เมื่อสีเป็นข้าวสารแล้วก็ได้สักครึ่งถังพลาสติกขนาดใหญ่น่าจะประมาณ ๒-๓ ถัง ผมและภรรยาใช้หุงกินทั้งปีก็หมดไปสักครึ่งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ครัวเรือนหนึ่งๆ หากทำอย่างเต็มที่นั้น ปลูกข้าวบนพื้นที่เพียงเล็กน้อย ก็พออยู่พอกิน ทำให้ชีวิตมีความมั่นคงและมีปัจจัยพื้นฐานเพียงพอ ที่จะส่งผลให้มีกำลังได้คิดและทำสิ่งต่างๆได้อีกมากมาย

๔) การก่อรูปของชุมชนและความสัมพันธ์ทางสังคมบนโครงสร้างการผลิตผสมสาน

หมอติ๊ก แพทย์หญิงวิไลรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้า และเป็นรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากบุกเบิกทำสิ่งต่างๆในการทำงานหลายอย่างแล้ว ก็ทำนาข้าว ปีนี้ท่านแบ่งข้าวเปลือกซึ่งเป็นข้าวไร่มาให้ผม ๕ กิโลกรัม เอามาทดลองปลูกในสภาพที่ขาดน้ำท่า เจ้าทับและครอบครัว ซึ่งมาเช่านาทำอยู่ติดบ้านและนาของผม แล้วก็ลงทุนทำกิจการรถไถนากับอีกหลายอย่างที่อาจจะเรียกรวมๆได้ว่าเป็นทั้งเกษตรและผู้ประกอบกิจการด้านเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเพื่อการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งครอบครัวครอบครัวหนึ่งที่มาทำนาอยู่เหนือขึ้นไปจากนาผม ตลอดจนลุงเดชและชาวนาอีกหลายเจ้า มักมีวงจรออกมาชักชวน บอกจังหวะที่จะทำให้ผมได้ทำนาและได้เอาแรงกันเมื่อทำสิ่งต่างๆที่ต้องทำในช่วงเวลาได้พบปะสื่อสารกัน

บางครั้ง ในขณะที่กำลังขุดดิน ชาวนาที่เดินจูงวัว ขี่มอเตอร์ไซค์และปั่นจักรยานผ่านทางมา ก็จะหยุดและแวะคุยกับผม บ้างก็บอกวิธีลงเสาไม้ที่จะไม่ทำให้ปลวกกินและโคนไม่เปื่อยยุ่ยไปกับดิน บ้างก็บอกวิธีย้ายและปลูกต้นไม้ที่จะทำให้ได้ต้นไม้ใหม่อย่างแน่นอน บ้างก็คุยแลกเปลี่ยนข้อมูลความเคลื่อนไหว บ้างก็เดินเข้ามาช่วยทำงานและคุยกันไปด้วย บ้างก็มารวมกันเป็นกลุ่มเป็นเพื่อนไปในขณะผมทำงาน ซึ่งถ้าหากไม่มีกิจกรรมการงานที่กำลังทำอยู่ ชาวบ้านและผู้คนเหล่านี้ก็จะไม่ผ่านเข้ามาให้ได้เจอกันเลย

รูปแบบการดำเนินชีวิต วิถีการผลิต บริการ บริโภค และวิถีการปฏิบัติ ที่มีพลังในการจัดสรรทางสังคมและมีโครงสร้างเชิงวัฒนธรรม หล่อหลอมกล่อมเกลาหน่วยชีวิตชุมชน ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เราจะสามารถเข้าไปสัมผัสได้ด้วยการดำเนินชีวิตให้มีความสัมพันธ์กันบนสิ่งที่มีควาหมายต่อการอยู่ร่วมกันเท่านั้น หาไม่แล้วก็จะมีพรมแดนความแยกส่วน ที่เราจะไม่สามารถทำให้ความแตกต่างหลากหลายในสังคม สื่อสารและสร้างการเรียนรู้ระหว่างกันได้เลยแม้อยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมเดียวกัน

สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมเห็นมิติชีวิต ที่ตนเองก็ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในการร่วมสร้างปรากฏการณ์นั้นด้วย อีกทั้งได้ก้าวผ่านเข้าไปสู่มิติความมีชีวิตของสังคมอีกมิติหนึ่ง ของกระบวนการผลิต การแลกเปลี่ยนกันด้วยแรงงานและมิติอื่นของชีวิต ที่มิใช่เกิดจากแรงขับเคลื่อนด้วยปัจจัยในกระแสหลักของสังคมทั่วไป แต่สอดแทรกผสมกลมกลืนอยู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม บนความเป็นจริงในปัจจุบันของสังคมโลกและท้องถิ่น

รวมทั้งได้เห็นความเป้นจริงที่สัมผัสได้ด้วยตนเองบางประการเพิ่มขึ้นอีก ของสิ่งที่เป็นกระบวนการบริการและการปฏิสัมพันธ์กันเชิงสร้างการเติบโตงอกงามของชีวิตด้านใน ของผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกันด้วยวิถีการผลิตและวิถีการดำเนินชีวิต ผสมกลมกลืนไปกับการดำเนินชีวิตที่อยู่ได้อย่างเหมาะสมในโลกความเป็นจริงของปัจจุบัน

แง่มุมเหล่านี้ ให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังได้ทบทวนวรรณกรรมและความรู้เดิมในหลายเรื่องอยู่เรื่อยๆ ด้วยแหล่งข้อมูลในรายงานการวิจัยและห้องสมุดมีชีวิต ที่บันทึก กลั่นกรอง ตรวจสอบ จัดเก็บรวมรวมสั่งสมมาเป็นหมื่นเป็นล้านปี เพื่อสืบทอดมายังสังคมร่วมสมัยในยุคของเรา เพียงแต่ว่าต้องอ่านและวิเคราะห์ผ่านการได้ใช้ชีวิตและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความมีชีวิตขององค์ความรู้ที่เคลื่อนไหวอยู่รายรอบเหล่านี้ ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นโอกาสได้พัฒนาการเรียนรู้ พร้อมกับได้กลั่นกรองความรู้ โดยตรวจสอบไปบนการดำเนินชีวิตและของจริง ได้ความรู้ที่มีองค์ประกอบของการกระทำและเชื่อมโยงกับองค์ประกอบความเป็นชีวิต ในบริบทของสังคมร่วมสมัย มีความเฉพาะตนอยู่ในสังคมไทย.