การประกันคุณภาพการศึกษา : Benchmarking
การประกันคุณภาพการศึกษา (Quality Assurance) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างความมั่นใจ (assure) ว่า สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ความสามารถและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่หลักสูตรกำหนดและที่สังคมต้องการ
สถานศึกษาจึงต้องมีกระบวนการดำเนินการที่สัมพันธ์กัน ๓ ประการ ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพ เป็นการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาให้บรรลุถึงมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดไว้การติดตามตรวจสอบคุณภาพ เป็นการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือ สนับสนุน กำกับ ติดตามความก้าวหน้า และยืนยันการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายและบรรลุตามมาตรฐานที่กำหนดและการประเมินและรับรองคุณภาพ เป็นการดำเนินงานเพื่อตรวจสอบผลการจัดการศึกษา
ดังนั้น Benchmarking จึงเป็นการเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่ดีจากสถานศึกษาอื่น เพื่อนำผลจากการเรียนรู้นั้น มาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
Benchmarking เป็นกระบวนการวัดและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์บริการและวิธีปฏิบัติกับองคกรที่สามารถทําไดดีกวา เพื่อนําผลของการเปรียบเทียบมาใชในการปรับปรุงองคกรของตนเองเพื่อมุงสูความเปนเลิศ ซึ่งจากความหมายนี้สรุปไดวาการทํา Benchmarking ประกอบดวย ๒ สวน ไดแก
๑. การเปรียบเทียบวัด(Benchmark) ซึ่งในสวนนี้ตองมีการกําหนดตัววัด หรือที่เรียกวา Key Performance Indicator (KPIs) วาจะเปรียบเทียบกับใครในเรื่องใด
๒. การแลกเปลี่ยนเรียนรูวิธีการปฏิบัติที่ดี/เปนเลิศ (Best Practices) จากผูที่ทําไดดีกวาโดยเปนกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจากการเปรียบเทียบวัด ใหรูถึงผูที่ทําไดดีกวาและเขาไปเรียนรูวิธีการปฏิบัติซึ่งทําใหประสบความสําเร็จ หรือมีคา Benchmark สูง เพื่อนํามาใชปรับปรุงองคกรของตนเอง
ประโยชนของการทํา Benchmarking
๑. เพื่อความยั่งยืนขององคกร : สภาพการแขงขันที่รุนแรงขึ้น การที่องคกรจะยั่งยืนจําเปนตองรักษาและยกระดับความสามารถของตนเองเพื่อใหแขงขันไดจึงตองมีการเรียนรูและปรับปรุงตนเองอยางตอเนื่อง
๒. เพื่อการปรับปรุงอยางกาวกระโดด : ความเร็วในการปรับปรุงตนเองเปนเงื่อนไขสําคัญของความไดเปรียบในการแขงขัน Benchmarking เปนเครื่องมือที่ชวยกระตุนนวัตกรรม (Innovation) ในองคกร ซึ่งทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงปรับปรุงในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากเปนการเรียนรูวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดจากภายนอกองคกร ทําใหสามารถ “เรียนลัด” เพื่อก้าวใหทันองค์กรอื่นๆ จึงเป็นการเรียนรู้ปรับปรุงแบบกาวกระโดด
๓. เพื่อสนับสนุนรางวัลคุณภาพแหงชาติรางวัลเปนแรงจูงใจใหเกิดการปรับปรุงในชวงหลายปที่ผานมาหลายประเทศ
ริเริ่มใหมีรางวัลดานการจัดการเพื่อเปนแรงกระตุนใหเกิดการปรับปรุงคุณภาพดานการจัดการ เชน Malcolm Baldrige National Quality Award ในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ Thailand Quality Award ของประเทศไทย เป็นต้น
ประเภทการทํา Benchmarking
๑.ตามวัตถุประสงคการทํา/สิ่งที่ทํา Benchmarking แบงเปน ๔ กลุม ไดแก
๑) Strategy Benchmarking เปนการทํา Benchmarking เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการวางกลยุทธดานตาง ๆ ขององคกรที่ประสบความสําเร็จ เชน ความสําเร็จของ Dell Computer ที่เปลี่ยนกลยุทธจากMass Production มาเปนแบบ Customization ที่ผูซื้อเลือกแบบสินคาเองได เนื่องจากการทํา Strategy Benchmarking
๒) Process Benchmarking เปนการเปรียบเทียบกระบวนการทํางานขององคกรตนเองกับ
องคกรอื่น โดยเนนการเรียนรู Best Practices เพื่อนํามาใชปรับปรุงองคกร การทํา Benchmarking ประเภทนี้ เปนที่
นิยมอยางกวางขวางเนื่องจากกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมใหม ๆ
๓) Product Benchmarking โดยเปรียบเทียบความพึงพอใจของลูกคาที่มีตอคุณลักษณะของสินคา เชน
การออกแบบ ความคงทน การใชงาน รูปแบบการใหบริการ เปนตน และเปรียบเทียบความแตกตางระหวางตนเอง กับองคกรที่เราทํา Benchmarking ดวย
๔) Performance Benchmarking เปนการเทียบเคียงเฉพาะผลการปฏิบัติงาน เชน การเปรียบเทียบยอดขาย
จํานวนผลิตภัณฑ เปนตน เพื่อดูความสามารถในการปฏิบัติงาน
๒. ตามผูที่เราไปทํา Benchmarking ดวย แบงเปน ๔ กลุม ไดแก
๑) Internal Benchmarking เปนการทํา Benchmarking ระหวางบริษัทในเครือ หรือระหวางหนวยงานตางๆในองคกรเดียวกัน โดยมีการเปรียบเทียบวัดและเรียนรู Best Practices ระหวางกัน การทําในลักษณะนี้สวนใหญนําไปสู
การสรางมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Work Standard) ขององคกรและกลุมภายในองคกร ขอจํากัดของการทํา คือเปนการเรียนรูในวงแคบ ไมมีการเรียนรูวิธีการปฏิบัติใหมๆมากเทาที่ควร
๒) Competitive Benchmarking เปนการทํา Benchmarking กับคูแขงโดยตรง บางครั้งการทําในลักษณะนี้จะ
มุงหวังในเชิงการแขงขัน เพื่อใหทราบวาคนอื่นเปนอยางไรมากกวาที่จะคนหา Best Practices ที่จะสามารถเรียนรูไดจริงๆ ซึ่งการทําในลักษณะนี้มักมีขอจํากัด คือ เก็บขอมูลยาก ตองใชเวลาในการสรางความเขาใจกับทุกฝาย หรือตองใชบุคคลที่สามเขามารวบรวมขอมูล
๓) Industry Benchmarking เป็นการทำ Benchmarking ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ไม่ใช่คู่แขงโดยตรง เช่น อุตสาหกรรมผลิตปลากระป๋องทำ Benchmarking อุตสาหกรรมผลิตผักผลไมกระป๋อง เป็นต้น
๔) Generic Benchmarking เป็นการทำ Benchmarking กับองคกรใดๆก็ไดที่มี Best Practices ในกระบวนการที่เราต้องการปรับปรุง ซึ่งองค์กรนั้นอาจมีธุรกิจที่แตกต่างจากเราอย่างสิ้นเชิง การทำในลักษณะนี้ ก่อให้เกิดความรูและมุมมองใหม่ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมใหม่ๆ ไดดีที่สุด
แนวทางการทํา Benchmarking
๑) Benchmarking แบบเดี่ยว โดยองคกรที่ตองการทํา Benchmarking เปนผูกําหนดหัวขอเรื่อง และดําเนินการตามกระบวนการ Benchmarking ซึ่งองคกรที่ตองการทําเปนผูดําเนินการคนเดียวทั้งหมด มีการแลกเปลี่ยนขอมูล เฉพาะเราและคูเปรียบเทียบเทานั้น ไมมีการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางคูเปรียบเทียบดวยกัน ข้อดีคือ เราเลือกหัวข้อที่ต้องการและควบคุมระยะเวลาได แต่มีข้อจำกัด คือใช้เวลานานกว่าแบบกลุ่มเนื่องจากต้องทำเองทั้งหมด และบางครั้งมีความยากลำบากในการหาผู้จะร่วมทำด้วย โดยเฉพาะกรณีองคกรเล็กๆ
๒) Benchmarking แบบกลุม เป็นการทำโดยรวมกลุ่มองค์กรที่ต้องการทำ Benchmarking ในเรื่องเดียวกัน โดยอาจมีหน่วยงานกลาง เช่น สถาบัน หรือที่ปรึกษาเป็นผู้ประสานงานเก็บข้อมูลให้ข้อดีของการทำประเภทนี้ คือ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรูที่หลากหลาย สร้างเครือข่าย แต่มีข้อจำกัด คือ การกำหนดหัวข้อเรื่องต้องเป็นมติร่วมกันของกลุม จะไมสามารถสนองความต้องการของเราไดทั้งหมด

ดีมากเลย