ประเทศไทยอยู่ในเขตลมมรสุมมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอต่อการเพาะปลูก และมีระบบนิเวศน์ที่หลากหลาย อุดมสมบูรณ์จนเป็นคำพังเพยว่า "ในน้ำมีปลาในนามีข้าว"

วิถึชีวิตคนไทยเป็นสังคมจารีตไม่ต้องมีธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร มีความสัมพันธ์กันเชิงเครือญาติ เรียกลุง ป้า น้า อา ฯลฯ ทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติกันจริงๆแต่เคารพตามนั้นจริงตามหลักหลักอาวุโส

คนไทยมีความสามารถในงานหัตถกรรม การเกษตร การประมง ผลิคอาหารพอเลี้ยงตนเองซึ่งตามกระแสเรียกว่า "ความมั่นคงทางอาหาร" การปกครองแบบพ่อปกครองลูก เราเรียกพระราชาอย่างไม่เป็นทางการว่า "พ่อ" ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียก "พ่อเมือง" หมายถึงความมั่นคงทางสังคม

โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับต่างๆทำให้เปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่สังคมอุตสาหกรรม แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก กระบวนการผลิตมีมลภาวะ ใช้พลังงานสูงต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มตลอดเวลา แต่มูลค่าเพิ่มเป็นของเจ้าของทุนข้ามชาติ

การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของเศรษฐกิจมีผลต่อระบบนิเวศน์ในทางลบ เกิดความขัดแย้งทางสังคม เกิดความเหลื่อมล้ำ เกลียดชังกันและต่อสู่กันในคนไทยกันเอง จนต้องหาวิธีการแก้ไขหรือปรองดองแต่ยังไม่รู้จะลงเอยได้ท่าไหน

ในเมือเดิมเรามีพื้นฐานที่พึ่งตนเองได้อยู่แล้ว ไม่ต้องค้าขายกับใครเราก๊มีกิน โดยเฉพาะอาหารจากครัวไทยที่เครื่องปรุงมีสรรพคุณทางยา กินอาหารไทยแล้วมีภูมิต้านทานโดยธรรมชาติ(ไม่ต้องพัฒนา อสม ให้ยิ่งใหญ่เหมือนองค์การนาซ่า) ไม่ต้องโวยวายซื้อยาสิทธิบัตรราตาแพง หรือวิถีไทคือขุมทรัพย์ที่เกิอบลืม