เด็กชายคนหนึ่ง...ซึ่งเป็นเด็กที่เรียนเก่งและทุก ๆ เทอมก็จะสอบได้ที่หนึ่งของห้องเสมอ...และในเทอมนี้ก็เช่นเดียวกันเหมือนกับทุก ๆ ครั้ง...แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างก็คือ...

       เมื่อเด็กชายกลับถึงบ้านก็แจ้งผลการเรียนให้พ่อกับแม่ฟัง...พ่อกับแม่ก็ภูมิใจในตัวลูกและชื่นชม...แต่เด็กชายกลับมีสีหน้าที่ไม่มีความสุขนัก...เนื่องจากว่าในทุก ๆ ครั้งหลังสอบเขาจะได้รางวัลเป็นสิ่งของจากพ่อและแม่เสมอ...แต่ครั้งนี้ไม่...

      พ่อเห็นปฏิกิริยาของลูกชายก็พอที่จะเข้าใจ...

     พ่อกับแม่ภูมิใจมากนะที่ลูกสอบได้ที่หนึ่ง...แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พ่อกับแม่มีความสุขก็คือ...ลูกเป็นเด็กดี...ในทุกครั้งหลังสอบพ่อกับแม่จะมีของรางวัลให้กับลูกอยู่เสมอ...แต่ครั้งนี้ไม่...ลูกคิดยังไงเหรอพ่อของเด็กชายถามลูกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

      ผม...เอ่อ...รู้สึกผิดหวังครับเด็กชายตอบออกไปตามจริง

      ก่อนที่ลูกจะกลับจากโรงเรียน...ลูกวาดภาพว่าพอกลับมาก็จะได้รางวัล...และจินตนาการต่อว่าครั้งนี้จะได้อะไรหนอ...ใช่ไหมจ๊ะแม่ถามพร้อมยิ้มกระเซ้าเด็กชาย

      เด็กชายพยักหน้ารับทันที...

      พ่อกับแม่ยิ้มให้เด็กชายอย่างอ่อนโยน...พ่อเอามือลูบที่ศีรษะของเขาเบา ๆ ...

      ลูกฟังพ่อดี ๆ นะ...การที่ลูกสอบได้ที่หนึ่ง...นั่นย่อมแสดงว่า ลูกเป็นคนเก่ง...ฉลาด...มีความรู้...ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือ...รางวัลที่แท้จริง ของมันไงหละพ่ออธิบายในขณะที่เด็กชายยังทำหน้าสงสัย...

 

       พ่อขอถามลูกหน่อย...หากหลังจากกินข้าวเสร็จ...ลูกก็เช็ดโต๊เหมือนทุกครั้ง...ความจริงที่เกิดขึ้นคืออะไร?”

         “อืม...โต๊ก็สะอาดครับ...นั่นคือความจริงลูกชายตอบออกมาด้วยแววตาที่เป็นประกาย

        “อืม...แต่ถ้ามาวันหนึ่งลูกเช็ดโต๊ะแล้วปรากฏว่าลูกได้ตังค์ด้วยหละ

        “โต๊ะสะอาดแถมได้ตังค์ไปกินหนมด้วยครับเด็กชายตอบในทันที...

        “แล้วได้อะไรเพิ่มอีกไหม

        “เอ่อ...ดีใจ มีความสุขที่ได้ตังค์ไปกินหนมอร่อย ๆ ครับ 

        “แล้วหากวันต่อมาอีกลูกเช็ดโต๊ะเหมือนเดิมแต่ไม่ได้ตังค์หละ

        “โต๊ะก็สะอาดเหมือนเดิม แต่...อาจจะรู้สึกผิดหวัง... เสียใจ

         “ทำไมหละพ่อแกล้งถามเย้าลูกชายต่อ

         “ก็...เอ่อ...เพราะว่า...ไม่ได้ตังค์ไปกินหนมครับเด็กชายตอบออกมา

         “อ้าว! ทำไมหละ ในเมื่อลูกก็ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายแล้วก็คือโต๊ะสะอาด แล้วนี่จะมาผิดหวังหรือเสียใจทำไมกัน พ่อแกล้งเย้าเขาต่อ...ในขณะที่เด็กชายกำลังครุ่นคิด...

         “พ่อกำลังจะบอกผมว่า...” เด็กชายถามออกมาเมื่อคิดได้

         ใช่ลูก...พ่อกำลังจะบอกว่าความจริงของทุกสิ่งมันมีอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะในกรณีใด ๆ ก็ตามมันก็เป็นของมันอย่างนั้น อย่างกรณีที่ลูกเช็ดโต๊ะไม่ว่าจะอย่างไรเสียความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปก็คือโต๊ะสะอาดขึ้น...แต่พอต่อมาลูกได้ตังค์ไปกินหนมอร่อย ๆ...ลูกก็จะคิดว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นมานั้นคือความจริงที่ได้รับเป็นผลมาจากการเช็ดโต๊ะ...ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันเป็นเพียงความจริงที่ซ้อนความจริง (ความสะอาด) ขึ้นมาหรือที่เรียกว่าเป็นความจริงที่พ่วงมากับสภาวะของเงื่อนไขเท่านั้นเอง! เมื่อวันต่อมาพอไม่ได้ตังค์ไปกินหนม...ลูกก็จะรู้สึกผิดหวัง เสียใจพ่อเด็กชายอธิบายยิ้ม ๆ ก่อนหยุดเว้นระยะ...

          “ลูกรู้ไม๊...อะไรคือมายากลอันยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติเล่นกลให้มนุษย์หัวปั่นจนหลงผิดอยู่ทุกวันนี้

          “อะไรหรือครับ?เด็กชายถามออกมาทันทีเพราะอยากรู้

          รางวัลแห่งความเอร็ดอร่อยไงหละ! มันเป็นรางวัลที่ผ่านเข้ามาทางผัสสะ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ) ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรางวัลที่ได้รับเหล่านั้นก็จะถูกมนุษย์จับแปลงค่ามาเป็นความสุขความรื่นเริงบันเทิงใจที่แท้จริง ส่งผ่านมาให้จากรุ่นสู่รุ่นสั่งสมและเพิ่มพูนมาตามกาลเวลาที่มีมาอย่างยาวนาน มันก็เหมือนกับ ความจริงสูงสุดที่ถูกซ้อนทับด้วยความจริงย่อย ๆ ที่ถูกสร้างสร้างขึ้นด้วยอิทธิพลของผลตอบแทนทางรางวัลแห่งความเอร็ดอร่อยที่ได้รับจากการสัมผัสในรูปแบบต่าง ๆ กดทับซ้ำไปซ้ำมายาวนานกว่าหลายพันหลายหมื่นปี หรือยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่าย ๆ สมมติ พ่อเขียนคำว่า จริง ไว้แล้วก็มีคนมาเขียนทับซ้ำลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดเวลาไม่มีขาดตอน ลูกคิดว่าหากในหมื่นปีข้างหน้า คนอื่น ๆ จะรู้ไหมว่าพ่อเขียนอะไรลงไปเป็นคนแรกไหม

         “โอ้ว... อย่าว่าแต่หมื่นปีเลยครับ แค่ไม่กี่นาทีก็เบลอจนอ่านไม่รู้เรื่องแล้วหละครับ
        พ่อพยักหน้าช้า ๆ มันก็เหมือนความจริงแท้หรือความจริงสูงสุดที่ถูกความจริงที่ถูกผลิตขึ้นจากเงื่อนไขของการมีรางวัลแห่งความเอร็ดอร่อยเป็นตัวล่อในแต่ละยุคกดทับซ้อนกันอยู่ตลอดเวลาไม่มีว่างเว้นแม้อึดใจ ส่งผ่านมายาวนานหลายพันหลายหมื่นปีจนมาถึงยุคของพวกเราจะไม่ทำให้ความจริงแท้หรือความจริงสูงสุดนั้นพร่ามัวหรือมืดมนได้ยังไงพ่ออธิบายในขณะที่เด็กชายนั่งฟังอย่างตั้งใจ...

 

       ตอนนี้ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดมากนัก...เอ้าย้อนกับมาเรื่องของเราต่อดีกว่า...

      ถ้าเปรียบกับกรณีเมื่อกี้...ลูกคิดว่าความจริงแท้ลูกได้จากการเรียนเก่งคืออะไร

       “คือ...เอ่อ...ความรู้... ความฉลาด...ความสามารถในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นครับเด็กชายตอบ

      ใช่แล้วลูก...ซึ่งความจริงเหล่านี้ก็เป็นผลมาจากการที่ลูกตั้งใจและใส่ใจในการเรียนนั่นเอง...ซึ่งเป็นความจริงแท้ของมัน...แล้วรางวัลที่ลูกได้ในทุก ๆ หลังสอบหละ... เรียกว่าอะไร

       เด็กชายใช้ความคิดนิดนึง เรียกว่า...เอ่อ...พ่อบอกว่าเป็นความจริง...แต่เป็นความจริงที่พ่วงด้วยเงื่อนไขใช่ไหมครับ

      “ใช่แล้วหละลูก...ซึ่งความจริงที่พ่วงด้วยเงื่อนไขนี่แหละ...ที่ในปัจจุบันทำให้คนเราหลงเมามัวคิดว่ามันเป็นความจริง (ผลที่แท้จริง) จากสิ่งที่เราทำ...แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงความจริงที่เราสร้างเป็นเงื่อนไขพ่วงติดเอาไว้เท่านั้นเอง

       ลูกชายพยักหน้าเข้าใจ ผมพอเข้าใจบ้างแล้วครับพ่อพร้อมกับมองหน้าพ่อกับแม่สลับไปมาก่อนพูดต่อ...

 

       พ่อครับ...แม่ครับ...เอ่อ...ผมอยากรู้ว่าตกลงครั้งนี้...พ่อกับแม่ได้พ่วงความจริงที่เป็นเงื่อนไขให้ผมด้วยเหมือนเคยไหมครับ…?” เด็กชายพูดจบก็ฉีกยิ้มกว้าง...ในขณะที่พ่อกับแม่มองหน้ากันไปมาก่อนที่จะ...๕๕๕

 

 

เครดิตภาพ : http://nu.kku.ac.th/nursingclinic/index.php?option=com_content&view=article&id=1:2012-09-10-07-32-24&catid=4