คนที่เฮ็ดจั่งซั้นบ่มีดอก ผู้ใด๋เฮ้ดกะเป็นบ้าท่อนหละ

ก่อนการรับสมัครต่อ

วันที่ 6 กันยายน 2556 เวลา 19.12 น. รับโทรศัพท์จากเพื่อนบ้านที่สนิทกันพอสมควร คำพูดแรก “สิลงอีหลีบ้อนายกนี้หนะ” ผู้เขียนก็เลยบอกเขาว่า "เดี๋ยวเจ้ารอจักหน่อยเด้อข่อยสิโทรกลับ" พอโทรกลับไปผู้เขียนก็เลยถามว่า “เป็นหยังเจ้าคือว่าจั่งชั้น” เขาตอบมาว่า “มันสิสู่เขาได้บ่หล้า เขามีทีมแข็งแก่งเด้ โตบ่ทันมีหยังมันกะส่ำเฮ็ดเหล่น  อายคนซื่อๆ เด้ข่อยว่า”  ผู้เขียนเลยตอบไปว่า “อีหยั่งต่างๆ เอาไว้หั่นก่อนอย่าสะฟ้าวคิดไปตอนนี้บ่ทันฮอดมื้อสมัครดอก แต่เจ้าฮู้จักได้จังได๋ว่าเขามีทีมดี”  เขาตอบว่า “ดีแหล่วเขาเป็นนายกเน๊าะ"  ผู้เขียนเลยถามกลับไปว่า “การที่มีทีมดีกับเป็นนายกอยู่นี้ดีจั่งได๋ แล้วดีหยังแหน่เจ้าว่า”  เขาตอบว่า “จักแหล่ว” เขาตอบมาคำเดียว ผู้เขียนเลยพูดต่อไปว่า “เอาหละเรื่องนี้เอาไว้สำนี้ก่อนเน้าะ ข่อยสิเสนอความเห็นจั่งซี้เจ้าสิเลือกไผ สมมุติว่า มีผู้สมัครนายกสองคน ผู้ที่หนึ่งมีทีมดีจั่งเจ้าว่านั้นหละ แล้วกะผลงานเขาก็ดีพอสมควร ผู้ที่สองบ่เคยลงเล่นการเมืองเลย แต่กะเป็นผู้ที่ทำความดีมาตลอด มีผลงานโดดเด่นเคยได้รับรางวัลระดับตำบล ระดับจังหวัด ระดับชาติในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมาแล้ว คนในตำบลกะฮู้จักเขาพอสมควร เมื่อสมัครแล้วเขาบ่เอาทีมสมัครผู้เดียวหาเสียงผู้เดียวเจ้าสิเลือกไผ”  เขาสวนกลับอย่างรวดเร็วว่า “โอ้ยบ้า  คนที่เฮ็ดจั่งซั้นบ่มีดอก ผู้ใด๋เฮ้ดกะเป็นบ้าท่อนหละ” เขาหมายถึงผู้สมัครคนที่สอง ผู้เขียนถามย้ำอีกว่า “นั้นหละเจ้าสิเลือกไผระหว่างสองคนนี้หนะ”  เขานิ่งไปพักหนึ่งเลยพูดว่า “เอาผู้มีทีมแหล่ว” เป็นคำตอบสุดท้ายสายตัดพอดี   จากการสืบเสาะในการยกประเด็นนี้กับบุคคลหลายระดับ ก็ได้คำตอบคล้ายๆ กัน มีน้อยมากที่เห็นด้วย แต่ก็ยังสรุปไม่ได้เมื่อเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นจริงใช่ไหมครับ...