หากกัมพูชาแก้ปัญหาเรื่องมีน้ำมากเกินจนทำให้เปลือกแตกได้ รวมไปถึงค่าแรงงานที่มีราคาถูกกว่าประเทศไทย จะทำให้ลำไยของกัมพูชาทะลักเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น จนทำให้ราคาลำไยภายในประเทศไทยมีแนวโน้มราคาตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย

ลำไย : ชุมชนคนสนใจเรื่องลำไย ถามตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

https://www.facebook.com/groups/www.longankipqew/

หรือ

http://www.gotoknow.org/dashboard/home/#/posts/545415/edit

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

https://www.facebook.com/profile.php?id=100000397078840

เอ๋ จันทบุรี

              สวัสดีครับน้องยุ้ยก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้องยุ้ยที่นำความรู้ดีๆและมี ประโยชน์มากมาแนะนำเกษตรกรสวนลำใยมือใหม่อย่างพวกเราที่จะพัฒนาผลผลิตที่มี คุณภาพให้กับผู้บริโภคอีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะรบกวนน้องยุ้ยช่วยหาข้อมูล และวิเคราะห์ความน่าจะเป็นราคาลำใยของแต่ละเดือนล่วงหน้าให้ด้วยเพื่อเป็น ข้อมูลในการตัดสินใจในการขายลำใยไห้ได้ราคาไม่ถูกพ่อค้ากดราคาครับและอัพเด ตข้อมูลสถานการณ์ลำใยเพื่อให้เป็นข้อมูลช่วยในการวางแผนการผลิตของเกษตรกรใน ปีต่อๆไปด้วยครับขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบ คุณเอ๋ จัันทบุรี

              สถานการณ์ลำไย ปี 2556 ในพื้นที่แหล่งผลิตที่สำคัญ 8 จังหวัดภาคเหนือ มีปริมาณผลผลิตรวมประมาณ 447,108 ตัน คือ จังหวัดเชียงใหม่ 266,937 ตัน เชียงราย 56,270 ตัน ลำพูน 192,067 ตัน ลำปาง 5,605 ตัน พะเยา 26,685 ตัน แพร่ 2,670 ตัน น่าน 14,890 ตัน และตาก 13,389 ตัน ลดลงจาก ปี 2555 (473,686 ตัน) ร้อยละ 5.61  ขณะนี้ลำไยในฤดู (เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) ออกสู่ตลาดมากกว่า 90% แล้ว ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ปี 2555 เท่ากับ 900 – 1,100 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิตลำไย 1 ไร่ปี 2555 เท่ากับ 8,362.07 บาท

ข่าวแนวหน้า

http://www.naewna.com/local/68869

            จากข่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า ผลผลิตภายในประเทศปีนี้ลดลงมาก เนื่องมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน หนักไปทางร้อน และปริมาณน้ำฝนภายในประเทศลดลง ทำให้ผลผลิตลำไยลดลง ในขณะที่ความต้องการลำไยของล้งภายในประเทศมีมากขึ้น นื่องจากมีนักธุรกิจชาวจีนเ้ข้ามาเปิดกิจการมากขึ้น จากเดิมในอำเภอสอยดาวมีล้งรายใหญ่ๆ อยู่ 3 ราย แต่ปัจจุบันมีอยู่เกือบ 40 รายภายในช่วงเวลา 3 ปี แนวโน้มราคาซื้อขายลำไยราดสารในเดือนมีนาคม 2556 (เก็บตุลาคม 2556) ในปี 2555 ราคาเฉลี่ย 28-31 บาท เพิ่มเป็น 32-36  และราคาราดสารในเดือนสิงหาคม 2556 (เก็บมีนาคม 2557) เฉลี่ย 42-45 บาท  เพิ่มขึ้นเป็น 48-52 บาท 

            ราคาของลำไย ขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply  ราคาขึ้นอยู่กับผลผลิตที่ผลิตได้ในแต่ละปี ในการเหมาสวนปี 2556 และเก็บผลผลิตปี 2557 นี้ เนื่องจากผลผลิตลำไยลดลง ทำให้ลำไยขาดตลาดมากราคาจึงสูงขึ้น มีการแข่งขันเหมาสวนโดยดูแต่ใบ แ่ละประวัติผลผลิตปีล่าสุด เพื่อแย่งพื้นที่สวนที่ผลิต ลำไย ในช่วงฤดูกาลผลิต ปี 2557 (เก็บ 2558) จะยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น

            แต่ปี 2558 (เก็บ 2559) แนวโน้มราคายังไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และผลผลิตของพื้นที่การปลูกลำไยทีเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศรอบๆ บ้านใกล้เคียง ซึ่งจะสามารถเก็บผลผลิตลำไยได้ ซึ่งก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเช่นเีดียวกันกับประเทศไทย

            ปัจจุบันลำไยเป็นผลไม้ที่สามารถผลิตได้ในหลายประเทศทั่วโลก แต่คุณภาพของลำไย และต้นทุนในการผลิตในประเทศไทยยังถือว่ามีคุณภาพดีที่สุด แต่ปัจจุบันมีการเพิ่มพื้นที่สวนลำไยในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงประเทศกัมพูชาด้วย ซึ่งจะเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในอนาคต 

            แต่เนื่องจากกัมพูชามีปัญหาเรื่องพายุเกือบตลอดปี  ซึ่งหมายความว่ามีปริมาณน้ำจะมีมากกว่าประเทศไทย  แม้ว่าคุณภาพความหวานจะด้อยกว่าประเทศไทย แต่ลูกลำไยจะมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยมาก ดังนั้นหากกัมพูชาแก้ปัญหาเรื่องมีน้ำมากเกินจนทำให้เปลือกแตกได้ รวมไปถึงค่าแรงงานที่มีราคาถูกกว่าประเทศไทย  จะทำให้ลำไยของกัมพูชาทะลักเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น จนทำให้ราคาลำไยภายในประเทศไทยมีแนวโน้มราคาตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย

           (เหมือนสถานการณ์ข้าวโพดในปี 2552-2554 จนเมื่อข้าวโพดขาดตลาด เพราะเกษตรกรหนีมาปลูกยางพารา และลำไยกันมากขึ้น ทำให้ผลผลิตข้าวโพดลดลงอย่างมาก ทำให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้นอย่างมากในปี 2556 นี้ ปัจจุบันเกษตรกรหลายราย จึงเริ่มหันกลับมาปลูกข้าวโพดกันมากขึ้น เพราะเก็บผลผลิตได้เร็ว และมีแนวโน้มดีกว่าปลูกยาง มันสัมปะหลัง และลำไยมาก)

           สรุปว่า  การคาดการณ์าคาซื้อขายลำใยในประเทศไทยในปี 2558 (เก็บ 2559) จะมีแนวโน้มลดลงมาก ดังนั้นเ้จ้าของสวนลำไย และผู้ที่คิดจะปลูกลำไยใหม่ในช่วงปี 2555-2558 ต้องเตรียมใจหากราคาลำไยของจันทบุรี ที่ราดสารในเดือนมีนาคม 2558 (เก็บตุลาคม 2559) อาจจะมีราคาลดลงเหลือเพียง 25-30 บาท  และลำไยที่ราดสารในเดือนสิงหาคม 2558 (เก็บมีนาคม) 2559  อาจมีราคาลงเหลือเพียงประมาณ 38-42 บาท  ซึ่งจะเป็นราคาที่ให้กับสวนใหญ่ที่มีผลผลิตปริมาณมากเท่านั้น ส่วนสวนขนาดเล็ก หรือลำไยตามบ้านอาจจะมีราคาต่ำกว่าที่ประมาณการไว้มาก หรืออาจจะไม่มีนายหน้ามารับซื้อเลยก็เป็นไปได้..ค่ะ